ปัจจุบัน โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) กลายเป็นโรคที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยทำงาน หรือในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลงตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหล่าวัยทำงานหลายๆ คนต้องใช้สายตาจ้องจอคอมพิวเตอร์ เอกสารแทบตลอดทั้งวัน ไหนกลับบ้านไปก็ยังคงใช้สมาร์ตโฟนต่อเป็นเวลานาน และเมื่อไม่มีการพักสายตาที่เหมาะสม ก็เสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า กล้ามเนื้อตาถูกยืดออก และเกิดเป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงขึ้นมา ซึ่งอาจเป็นเพียงข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ อาการที่พบได้บ่อย คือ ดวงตาดูไม่เท่ากัน ลืมตาได้น้อย ตาปรือ และดูเหมือนคนง่วงซึมตลอดเวลา และเพราะอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกับความเจ็บปวด มีอาการบวมช้ำ หรืออาการลุกลามเหมือนกับโรคอื่นๆ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนี้อันตรายไหม ควรจะรีบรักษาทันทีที่พบอาการเลยหรือเปล่า? ในบทความนี้เราเลยขอรวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเราเผชิญกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยไม่ได้รับการรักษามาฝากทุกคน ใครที่กำลังเสี่ยงเป็นโรคภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ตามมาเช็กพร้อมกันในบทความนี้เลย
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเผชิญโรคภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
ดวงตาไม่เท่ากัน ใบหน้าไม่สมดุล
คนที่เป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เปลือกตาบนจะตกลงมามากกว่าปกติ และหากเป็นเพียงข้างเดียว หรือกล้ามเนื้อตาออกแรงได้ไม่เท่ากัน จะส่งผลให้ตาดูไม่เท่ากันตามไปด้วย อาการคือ ดวงตาข้างหนึ่งเบิกได้เต็มที่ แต่อีกข้างหนังตาตกลงมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพรวมของใบหน้าขาดความสมดุล ดวงตาไม่สดใส อาจทำให้แต่งหน้าได้ยาก ต้องพยายามกลบจุดบกพร่อง และหากดวงตามีขนาดไม่เท่ากันมาก แม้จะแต่งหน้าแล้วก็อาจไม่ช่วยมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความมั่นใจ บุกคลิกภาพ และอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานบางอาชีพได้ด้วย
ใบหน้าดูโทรม อิดโรย
ในเคสที่เป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และเดิมเป็นคนที่มีลักษณะเบ้าตาลึก จะทำให้ดวงตาปรือมากจนสังเกตได้ จนทำให้เห็นดวงตาเป็นร่องลึกเหนือชั้นตา ตาตก ตาลึก จนทำให้ใบหน้าดูโทรม อิดโรยตลอดเวลา ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าวัย แต่หากได้ทำการรักษาหรือแก้ไข จะช่วยให้บริเวณเบ้าตาลึกตื้นขึ้น ผิวเปลือกตาดูเต็ม ตาไม่ลึก ไม่ปรือ ทำให้ดวงตาดูสดใสมากขึ้น
มองเห็นได้ไม่ชัดเจน มีอุปสรรคในการมองเห็น
โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจทำให้ขอบตาอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ เปลือกตาปิดลงมาทับตาดำบางส่วน หรือขอบตาตกมากจนมาบังรูม่านตา ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น ทำให้ต้องพยายามเบิกตาให้กว้างเพื่อให้มองเห็นได้ดีมากขึ้น ซึ่งหากปล่อยไว้นาน ผู้ที่เป็นจะติดนิสัยเบิกตาและเลิกคิ้วตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน บุคลิภาพ และสุขภาพสายตาในระยะยาว
มีริ้วรอยบริเวณหน้าผากมากขึ้น
อย่างที่เราบอกไปว่า เมื่อหนังตาตกจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน อาจทำให้หลายคนติดการเลิกติ้ว เพื่อพยายามทำชดเชยภาวะเปลือกตาออกแรงได้ไม่เต็มที่ เสริมการมองเห็นได้ชัดขึ้น และเมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ นานเข้าก็จะทำให้เกิดริ้วรอยที่หน้าผากได้มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นริ้วรอยที่ทำการรักษายาก นอกจากนี้ในบางรายอาจเลิกคิ้วบ่อย จนถึงขั้นมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยเลยทีเดียว
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
โดยทั่วไปแล้วโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง สามารถแก้ไขหรือรักษาได้สองรูปแบบหลักๆ คือ แบบเบื้องต้นทำได้ด้วยตนเองผ่านการบริหารกล้ามเนื้อตา และการแก้ไขโดยเทคนิคการแพทย์ผ่านการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ตรงจุด โดย ‘การแก้ไขด้วยวิธีการบริหารกล้ามเนื้อตา’ นั้นจะเป็นการแก้ไขและบรรเทาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในเคสที่ยังไม่ได้มีอาการหนังตาตกหรือหย่อนคล้อยลงมากเกินไป เช่น การกลอกตาขึ้นลงสลับการพยายามปรับโฟกัส ใช้เวลาทำประมาณ 3 สัปดาห์ต่อเนื่อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น
แต่หากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่มีหนังตาตกหย่อยคล้อยลงมาค่อนข้างมาก จนส่งผลกระทบต่อการมองเห็น การรักษาโดยใช้ ‘เทคนิคทางการแพทย์ผ่านการผ่าตัด’ จะเป็นการรักษาที่เห็นผลมากที่สุด ซึ่งต้องดำเนินการและอยู่ในความดูแลจากแพทย์ที่มากประสบการณ์ มีความเข้าใจในด้านโครงสร้างของเปลือกตาอย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นการผ่าตัดในบริเวณเปลือกตาที่มีความบอบบาง ปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาให้สามารถทำงานได้ดีมากขึ้น โดยก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะทำการวิเคราะห์และประเมินอาการของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงของแต่ละคนอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลนั่นเอง
แม้โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) จะไม่ได้ส่งผลกระทบที่อันตรายหรือร้ายแรงจนทำให้ต้องสูญเสียการมองเห็นไป แต่การที่กล้ามเนื้อตาไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ จนทำให้ดวงตาดูไม่เท่ากัน เปลือกตาตกลงมาบิดบังตาดำนั้นก็มีผลกระทบทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน 100% ที่สำคัญยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของใบหน้า ทำให้ใบหน้าไม่สมดุล ใบหน้าดูโทรม อิดโรย แถมยังอาจเกิดริ้วรอย ดังนั้นแล้วหากรู้ตัวว่าเผชิญกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอยู่ การเร่งแก้ไขและรักษาอย่างถูกวิธี ก็นับว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพตาในระยะยาวของเรา ช่วยเสริมการมองเห็นให้ชัดเจน เรียกคืนความมั่นใจในใบหน้าและดวงตาที่สดใสอีกครั้ง
สำหรับใครที่กำลังประสบกับปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและกำลังมองหาคลินิกรักษาและแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดให้บริการ เรามีทีมแพทย์มากประสบการณ์และความชำนาญในการรักษาด้วยเทคนิคเฉพาะทางโดยตรง พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการรักษาเกี่ยวกับปัญหารอบดวงอย่างตรงจุดแบบ Case By Case
ติดต่อและสอบถาม Lovely Eye & Skin Clinic
Tel. 02 382 0045, 06 1405 0044
Line: @lovelyeye
Website: www.lovelyeyeclinic.com
Facebook: Lovely Eye & Skin Clinic
Instagram: @lovelyeyeandskin_by_drroungkaw
YouTube: Lovely Eye & Skin Clinic


