อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่พบได้บ่อย และมักทำให้ผู้คนรู้สึกวิตกกังวล เนื่องจากหลายคนเข้าใจว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจซึ่งเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกนั้นมีหลากหลายและไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจเสมอไป
เพื่อให้คุณสบายใจและดูแลตัวเองได้ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาการเจ็บหน้าอก สาเหตุที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องไปหาหมอ จะมีอะไรบ้าง มาดูพร้อมกันด้านล่างนี้ !
อาการเจ็บหน้าอกคืออะไร?
อาการเจ็บหน้าอก หมายถึง ความรู้สึกไม่สบายใด ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าอก อาการเจ็บหน้าอกอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป เช่น ปวดแสบ ปวดหนึบ แน่น หรือปวดเสียด อาการเจ็บอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ หรืออาจเป็นต่อเนื่องกันนานหลายชั่วโมง
สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก
สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกมีหลากหลาย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
- สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ
- โรคหลอดเลือดหัวใจ : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย หรือเมื่อเกิดความเครียด
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ : เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาการเจ็บหน้าอกมักรุนแรง และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้ หอบเหนื่อย
- เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ : เกิดจากการที่เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ อาการเจ็บหน้าอกมักรุนแรงขึ้นเมื่อหายใจลึก หรือเปลี่ยนอิริยาบถ
- สาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวใจ
- โรคกรดไหลย้อน : เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร อาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขึ้นหลังทานอาหาร หรือเมื่อนอนราบ
- กล้ามเนื้ออ่อน : เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกอักเสบ หรือฉีกขาด อาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขึ้นหลังจากออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนัก
- ปอดอักเสบ : เกิดจากการที่ปอดอักเสบ อาการเจ็บหน้าอกมักรุนแรงขึ้นเมื่อหายใจลึก หรือไอ
- กระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ : เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ อาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขึ้นเมื่อกดบริเวณที่เจ็บ
- โรคปอดอื่นๆ : เช่น โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง
- ความวิตกกังวล : ความวิตกกังวลก็สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้
สัญญาณเตือนที่ควรไปพบแพทย์
หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอก ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น
- เจ็บหน้าอกรุนแรง : เจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่หายไป
- เจ็บหน้าอกแผ่ไปบริเวณอื่น : เช่น คอ แขน ขากรรไกร หรือหลัง
- หายใจลำบาก
- เหงื่อออกมาก
- คลื่นไส้ อาเจียน
- หน้ามืด วิงเวียน
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์จะทำการวินิจฉัยสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกโดยการสอบถามประวัติอาการทางการแพทย์ ตรวจร่างกาย และทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ : เพื่อตรวจสอบการทำงานของหัวใจ
- ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก : เพื่อตรวจสอบปอดและหัวใจ
- ตรวจเลือด : เพื่อตรวจหาความผิดปกติของเลือด
- ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography) : เพื่อตรวจสอบโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ
- ตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยรังสี (Coronary angiography) : เพื่อตรวจสอบหลอดเลือดหัวใจ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเจ็บหน้าอก สาเหตุที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าควรไปพบแพทย์ จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที อย่างไรก็ดี หากมีอาการเจ็บหน้าอกบ่อยครั้ง แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย ก็จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


