การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของใครหลายคน เพราะนอกจากจะเป็นที่พักอาศัยแล้ว ยังถือเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต แต่การตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินจำนวนมากและผูกพันกับการผ่อนชำระในระยะยาว ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก มาทำความรู้จักกับ 7 ข้อสำคัญที่ควรพิจารณาให้ดี
ซื้อบ้านให้เหมาะกับงบประมาณ
การเลือกซื้อบ้านต้องคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระเป็นหลัก โดยภาระการผ่อนบ้านไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ควรมีเงินเก็บสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เผื่อกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สำรวจสภาพแวดล้อม
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ควรลงพื้นที่สำรวจสภาพแวดล้อมจริงของโครงการ ทั้งเส้นทางการเดินทาง การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ ความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญ อาทิ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สำนักงานเขต/อำเภอ รวมถึงสภาพชุมชนโดยรอบ เพื่อให้มั่นใจว่าทำเลที่เลือกตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง
ต้องมีเอกสารสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องมีเพื่อใช้ในการยื่นขอสินเชื่อบ้าน เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความตั้งใจในการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยในสัญญาต้องระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ราคาซื้อขาย เงื่อนไขการชำระเงิน กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ และข้อตกลงอื่นๆ ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าบ้าน
การซื้อบ้านไม่ได้มีเพียงแค่ราคาบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไว้ ซึ่งอาจรวมกันเป็นเงินจำนวนไม่น้อย ดังนั้น ควรวางแผนการเงินให้รอบคอบและเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
- ค่าทำสัญญาหรือเงินจอง มักอยู่ที่ประมาณ 5,000-10,000 บาท
- ค่าดาวน์บ้าน จะเริ่มต้นตั้งแต่ 10% – 20% ของราคาบ้าน
- ค่าธรรมเนียมการโอนบ้าน เป็น 2% ของราคาประเมิน
- ค่าจดจำนอง สำหรับการซื้อบ้านที่ยื่นขอสินเชื่อบ้าน เป็น 1% ของยอดสินเชื่อ

บ้านมือหนึ่งและบ้านมือสองได้วงเงินยื่นกู้ไม่เท่ากัน
การยื่นกู้ซื้อบ้านมือหนึ่งจะได้วงเงินสูงกว่าบ้านมือสอง โดยบ้านมือหนึ่งสามารถยื่นกู้ได้สูงสุดถึง 90-100% ของราคาประเมิน ในขณะที่บ้านมือสองจะได้วงเงินกู้เฉลี่ยประมาณ 70-80% ของราคาประเมินเท่านั้น เนื่องจากธนาคารมองว่าบ้านมือสองมีความเสี่ยงมากกว่าในแง่ของสภาพบ้านและมูลค่าที่อาจลดลงในอนาคต
ดอกเบี้ยสินเชื่อคงที่แค่ 3 ปีแรก
สินเชื่อบ้านทุกธนาคารจะมีการคิดดอกเบี้ยในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน โดยในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ค่อนข้างต่ำและคงที่ หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะปรับเป็นแบบลอยตัวตามภาวะตลาด ซึ่งมักจะสูงขึ้นกว่าช่วงแรก ดังนั้น ควรวางแผนการเงินระยะยาวให้รองรับกับอัตราดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนแปลง
เลือกสินเชื่อที่ให้ขอเสนอคุ้มค่าที่สุด
ปัจจุบันมีสินเชื่อบ้านให้เลือกมากมายจากหลากหลายสถาบันการเงิน แต่ละที่ก็มีข้อเสนอและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ควรเปรียบเทียบข้อเสนอต่างๆ อย่างละเอียด ทั้งอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน วงเงินกู้สูงสุด ค่าธรรมเนียม และโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับเราที่สุด
การซื้อบ้านหลังแรกเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งเรื่องงบประมาณ ทำเล สภาพแวดล้อม และการเลือกสินเชื่อที่เหมาะสม หากรู้สึกว่าภาระผ่อนอาจสูงเกินไป การกู้ร่วมกับคู่สมรสหรือคนในครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการกู้ และทำให้การผ่อนชำระในระยะยาวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหลังแรก ทีทีบี พร้อมตอบโจทย์คนมีฝันด้วย “สินเชื่อบ้านใหม่-บ้านมือสอง” ให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% พร้อมโปรโมชันพิเศษเมื่อกู้ซื้อบ้าน – คอนโด ที่เป็นพันธมิตรพิเศษกับธนาคาร ผ่อนชำระได้นานสุด 35 ปี พร้อมแคมเปญอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ฟรีค่าประเมิน ประกันอัคคีภัยตลอดอายุสัญญา และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าโครงการบ้าน-คอนโด หรือสมัครผ่านแอป ttb touch และเว็บไซต์ของธนาคารทีทีบี
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อบ้านใหม่-คอนโดใหม่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.939% – 5.949% ต่อปี •สินเชื่อบ้านมือสองอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5.563% – 6.648% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ปัจจุบัน =7.705% ต่อปี ณ วันที่ 1 พ.ย. 67 • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • เงื่อนไขการสมัคร และอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด


