การตัดสินใจเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับครอบครัว เพราะเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยตรง ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิดและต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพราะจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และทำให้ครอบครัวสบายใจได้ว่าคนที่เรารักจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด วันนี้เรามี 5 เทคนิคเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุว่าควรพิจารณาจากอะไรบ้าง มาฝากกันในบทความนี้
5 เทคนิคเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ
การเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสมนั้น มีปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่ควรพิจารณา เพื่อให้มั่นใจว่าพ่อแม่ของเราได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. สถานที่ที่ได้มาตรฐาน
การเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องพิจารณา โดยต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานกฎกระทรวงกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ.2563 นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน สถานที่ดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับกิจการดูแลผู้สูงอายุ ที่สำคัญ ผู้ให้บริการต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วนอีกด้วย
2. มีมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุ
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรต้องพิจารณา คือทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแล โดยจำเป็นต้องประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่พยาบาล และผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี พร้อมให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทีมงานต้องมีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุแต่ละราย และสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
3. มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน ครบครัน โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต้องมี ได้แก่ ระบบปุ่มกดเรียกพยาบาลฉุกเฉิน รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินและไม้เท้าที่ได้มาตรฐาน โต๊ะรับประทานอาหารแบบปรับระดับได้ เตียงผู้ป่วยที่สามารถปรับระดับได้ตามความต้องการ รวมถึงเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อน ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ
4. สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ดี
สถานที่ดูแลผู้สูงอายุต้องมีการจัดการพื้นที่ที่เหมาะสม โดยต้องมีความกว้างขวาง สะอาดและมีการระบายอากาศที่ดี การจัดวางพื้นที่ต้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งส่วนห้องพัก ห้องน้ำและห้องทานอาหาร ห้องพักต้องไม่แออัดจนเกินไป มีพื้นที่ส่วนตัวเพียงพอ ห้องน้ำต้องติดตั้งราวจับตั้งแต่ประตูไปจนถึงโถส้วมและที่อาบน้ำ พื้นต้องไม่ลื่นและมีพื้นผิวที่ปลอดภัย ทางเดินต้องเรียบและกว้างพอสำหรับรถเข็น การจัดการขยะและความสะอาดต้องมีระบบที่ดี มีแม่บ้านดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
5. ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่สำคัญ
ทำเลที่ตั้งเหมาะสมของสถานที่ดูแลผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้ควรพิจารณาระยะทางจากบ้านของครอบครัวและโรงพยาบาลประจำ รวมทั้งเวลาในการเดินทางที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 30 – 45 นาที เพื่อความสะดวกในการเยี่ยมเยียนและการเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้สูงอายุมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น การฟอกไต ยิ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลก็จะสามารถเพิ่มความอุ่นใจให้กับครอบครัว และหากสถานที่ดูแลผู้สูงอายุมีความร่วมมือกับโรงพยาบาลใกล้เคียง ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาได้อีกด้วย

สรุปบทความ
การเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสมนั้นเป็นการตัดสินใจสำคัญที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งมาตรฐานของสถานที่ คุณภาพการดูแล สิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อมและทำเลที่ตั้ง โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดีต้องได้มาตรฐานตามกฎหมาย มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อยู่ในทำเลที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในการใช้ชีวิตที่สุด


