Ulthera เทคโนโลยียกกระชับมาแรงแห่งปี
Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ใช่แค่เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า แต่คือทางเลือกใหม่ในการย้อนวัยผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกผิวให้ตึง ลดริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน เห็นผลโดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Ulthera ว่ายกกระชับผิวได้อย่างไร ? ใครเหมาะกับการทำอัลเทอร่า ? พร้อมเปรียบเทียบกับเครื่องยกกระชับผิวอื่น ๆ ข้อมูลราคา รีวิว วิธีดูแลตัวเองหลังทำ และคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera เพื่อช่วยในการตัดสินใจก่อนทำ
เทคโนโลยี Ulthera คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร ?
Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุด (Focused Ultrasound) ที่มีความเข้มข้นสูง หรือที่เรียกว่า HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)
โดยพลังงานจากคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะถูกส่งลงลึกใต้ผิวชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า พลังงานที่ส่งลงไปจะเกิดความร้อนประมาณ 60–70°C ทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัว ผิวยกกระชับขึ้นทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวแน่น เต่งตึงขึ้น และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

พลังงาน Ulthera มีลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ขนาด 1 mm เรียงกันเป็นเส้นตรงใต้ผิว
จุดเด่นของ Ulthera
เครื่อง Ulthera ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว เพราะมีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ แพทย์จึงมองเห็นตำแหน่งที่ต้องการรักษาได้ชัดเจนในขณะทำหัตถการ ช่วยให้ยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ของการรักษามีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องทั่วไป
ข้อดีของการทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ?
ข้อดีของการทำ Ulthera มีหลายประการ ทำให้หัตถการนี้เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าและลดริ้วรอย โดย Ulthera มีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม : ยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียง ไม่มีการฉีดตัวยาหรือสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
- มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล : ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA และเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
- เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ : เริ่มเห็นผลทันทีประมาณ 30% และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2–3 เดือน
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น : ไม่ทิ้งร่องรอยหรือแผลใด ๆ หลังทำสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที โดยไม่ต้องหยุดงานหรือพักฟื้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี : ทำเพียงครั้งเดียว แต่เห็นผลในระยะยาว ลดความถี่ในการทำหัตถการซ้ำ
- ทำได้หลายตำแหน่ง : สามารถยกกระชับได้ทั้งใบหน้า ลำคอ และบริเวณอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำ Ulthera เหมาะกับใคร ควรเริ่มทำช่วงอายุเท่าไหร่ ?
การทำ Ulthera เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาและความต้องการ ดังต่อไปนี้

- ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป : เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
- ผู้มีปัญหาหนังตาตก คิ้วตก : ช่วยยกคิ้วและหนังตาให้ดูสดใสขึ้น โดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า เป็นอีกทางเลือกที่ดีก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมบริเวณตา
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว : โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันแก้มไม่มากนัก ต้องการเพิ่มความชัดเจนของกรอบหน้า แนวกราม และลดเหนียง
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยที่ลำคอและเนินอก : นอกจากใบหน้าแล้ว ยังสามารถช่วยยกกระชับผิวบริเวณลำคอและเนินอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้ที่ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเอง : ทำเพียงปีละครั้ง ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่มีตารางชีวิตยุ่ง แต่ต้องการผิวที่กระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง
- ผู้ที่ไม่พร้อมผ่าตัดศัลยกรรม : เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่ต้องการเจ็บตัวหรือมีเวลาพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการป้องกันความเสื่อมของผิว : ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวและริ้วรอยได้ในระยะยาว ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึก
สำหรับช่วงอายุที่เหมาะสม ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลง และเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร ก็สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุน้อยกว่านี้ โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Ulthera ยกกระชับผิวตำแหน่งใดได้บ้าง ?
Ulthera สามารถช่วยยกกระชับผิวได้หลายตำแหน่ง ไม่จำกัดแค่เพียงใบหน้าเท่านั้น โดยตำแหน่งที่นิยมทำและได้ผลลัพธ์ชัดเจน ได้แก่
- รอบดวงตา ใต้ตา : ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกหางคิ้วและหางตา ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดหนังตา
- ร่องแก้มและมุมปาก : ช่วยลดความลึกของร่องแก้ม และรอยย่นบริเวณมุมปาก ให้ใบหน้าดูสดใส ไม่ดูเหนื่อยล้าหรือมีอายุ
- แก้มและผิวหน้า : ยกกระชับผิวบริเวณแก้ม ลดความหย่อนคล้อย เติมความแน่นให้ผิวดูเรียบเนียน และช่วยยกแนวกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- กรอบหน้า : ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกราม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหน้าวีเชฟอย่างเป็นธรรมชาติ
- คางและลำคอ : ลดเหนียง คางสองชั้น และยกกระชับผิวบริเวณลำคอที่หย่อนคล้อย ให้ผิวดูเรียบตึงและกระชับขึ้น
- เนินอก (อกช่วงบน) : ฟื้นฟูผิวบริเวณหน้าอกที่เริ่มหย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง ดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ท้องแขนและหน้าท้อง : เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยบริเวณท้องแขนหรือหน้าท้อง ช่วยเพิ่มความกระชับและลดความย้วยของผิวในบริเวณดังกล่าว
Ulthera จึงตอบโจทย์ทั้งการดูแลผิวหน้าและผิวกายในจุดที่หลายคนกังวล โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน
เปรียบเทียบการทำ Ulthera กับเครื่องยกกระชับผิวอื่น ๆ
ในตลาดปัจจุบัน มีเทคโนโลยียกกระชับผิวให้เลือกหลากหลาย การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างแต่ละเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม

Ulthera กับ Hifu Ultraformer III
Ulthera และ Hifu Ultraformer III ต่างก็ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เป็นหลัก แต่ Ulthera มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ทำให้ยิงพลังงานได้แม่นยำกว่า ส่วน Ultraformer III เป็น Hifu รุ่นยอดนิยมที่เห็นผลรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์จะอยู่ไม่นานเท่า Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวหรือมีปัญหาไม่มาก
Ulthera กับ Ultraformer MPT
Ultraformer MPT เป็น Hifu รุ่นใหม่ที่พัฒนาให้แม่นยำขึ้นด้วยเทคโนโลยี MMFU พร้อมโหมด Linear ที่สามารถช่วยลดไขมันและยกกระชับผิวได้ในคราวเดียว ต่างจาก Ulthera ที่เน้นการยกกระชับชั้นลึกอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและชั้น SMAS เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับลึกและเน้นปรับโครงหน้าให้ชัดเจน
Ulthera กับ Thermage FLX
Thermage FLX ใช้เทคโนโลยี RF ที่ส่งพลังงานลงลึกได้ถึง 4.3 มม. ครอบคลุมผิวชั้นตื้นถึงไขมัน เห็นผลชัดในเรื่องกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะแก้มและกรอบหน้า ขณะที่ Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส เจาะจงที่ชั้น SMAS เหมาะกับการยกโครงหน้าให้ชัดขึ้น เน้นผลลัพธ์ในชั้นลึกมากกว่า Thermage FLX
Ulthera กับ Volnewmer
Volnewmer ใช้คลื่นวิทยุ RF ที่ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ส่วนบนและล่าง เน้นการกระจายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ แตกต่างจาก Ulthera ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบจุดเล็กเจาะลึกอย่างแม่นยำ ผลลัพธ์ของ Ulthera จะเน้นการยกกระชับโครงหน้าอย่างเห็นผล ส่วน Volnewmer จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคอลลาเจนทั่วใบหน้า
Ulthera กับ Oligio
Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (RF) แบบ Monopolar คล้ายกับ Thermage โดยจะกระจายความร้อนทั่วชั้นผิวด้านบน เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยและไม่ต้องการความเจ็บ ส่วน Ulthera จะลงลึกกว่า ช่วยยกผิวได้ชัดเจนกว่าตั้งแต่ชั้น SMAS ขึ้นมา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแบบโครงสร้างในระยะยาว
Ulthera กับ Morpheus 8
Morpheus 8 และ Ulthera มีหลักการทำงานต่างกัน โดย Morpheus 8 เป็นการผสานเทคโนโลยี Microneedling + RF (คลื่นวิทยุ) ส่วน Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ด้านผลลัพธ์ Morpheus 8 จะเน้นการลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน และปรับสภาพผิวที่มีแผลเป็นหรือรอยแตกลาย ในขณะที่ Ulthera จะช่วยยกกระชับผิวหน้าและลดความหย่อนคล้อยได้ลึกและชัดเจนกว่า
Ulthera กับ Emface
Emface เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้คลื่น RF ร่วมกับ HIFES เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง เหมือนการยกกระชับกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายใบหน้า ขณะที่ Ulthera จะยกกระชับผ่านชั้นผิวลึก โดยไม่แตะกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่ง Emface เหมาะกับผู้ที่ไม่มีไขมันส่วนเกิน ต้องการให้ใบหน้าดูยกกระชับแบบเฟิร์ม ส่วน Ulthera เหมาะกับการยกโครงหน้าที่หย่อนคล้อยอย่างลึกและตรงจุด
โปรแกรมยกกระชับผิว Ulthera ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาของการทำอัลเทอร่าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนไลน์ (Line) ที่ใช้ ตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ และคลินิกที่ให้บริการ
สำหรับโปรแกรมยกกระชับผิว Ulthera ที่ V Square Clinic มีโปรโมชั่น Ulthera Prime รุ่นใหม่ล่าสุดในราคาพิเศษ โดยสามารถเลือกทำได้ตามความต้องการและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนไลน์ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

รีวิวทำ Ulthera
หลังทำ Ulthera จะรู้สึกผิวตึงกระชับขึ้นทันที 30% และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 2–3 เดือน ผิวดูกระชับขึ้น รูปหน้าคมชัดขึ้น และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1–2 ปี โดยเฉพาะการทำ Ulthera ที่ V Square Clinic จะใช้เครื่องแท้ นำเข้าถูกต้อง และวางแผนรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์มีประสบการณ์ ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ชัดเจนและปลอดภัย

รีวิวทำ Ulthera ที่ V Square Clinic จากผู้ใช้บริการจริง
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
หากดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่เป็นช่วงสำคัญของการฟื้นฟูผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งการดูแลตัวเองหลังทำอัลเทอร่า มีวิธีปฏิบัติดังนี้

- ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ : หลังทำ Ulthera สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น เป็นข้อดีของการทำอัลเทอร่าที่ไม่กระทบต่อกิจวัตรประจำวัน
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง : การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็น ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพื่อป้องกันความเสียหายจากรังสี UV
- แต่งหน้า ทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ : สามารถแต่งหน้าและทาครีมบำรุงผิวได้ทันทีหลังทำ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ : เพราะสารในแอลกอฮอล์และบุหรี่จะทำลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผลลัพธ์จาก Ulthera ลดลงเร็วกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูผิวแรง ๆ : ไม่ควรนวดหรือกดใบหน้าแรง โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อไม่ให้รบกวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ : ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำ เพราะผิวจะไวต่อความร้อนและแสงแดดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นฟูของผิว
- งดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อน : เช่น ซาวน่า สตรีม แช่น้ำร้อน หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสัมผัสกับความร้อนสูง ควรงดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการฟื้นฟูผิว
- งดเลเซอร์ที่ลงผิวชั้นลึกภายใน 1 เดือน : หลังทำ Ulthera ควรงดหัตถการเลเซอร์ร้อนที่ลงลึกถึงผิวชั้นลึก เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Ulthera อยู่ได้นานและชัดเจนยิ่งขึ้น
Q&A การทำ Ulthera ยกกระชับผิว
หลังทำอัลเทอร่า ผลลัพธ์อยู่ได้นานกี่ปี ?
โดยปกติแล้วผลลัพธ์หลังทำอัลเทอร่าจะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตนเองหลังทำของแต่ละบุคคล หากมีการทำซ้ำประจำทุกปีจะช่วยรักษาผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่อง
ควรทำ Ulthera ซ้ำบ่อยแค่ไหน ?
แนะนำให้ทำ Ulthera ซ้ำทุก 1-2 ปี เพื่อคงผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจากการทำ Ulthera จะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป แต่ความถี่ในการทำซ้ำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของผิวต่อการรักษา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม
ทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม ?
สามารถทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่นได้ เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น เช่น โบท็อก ฟิลเลอร์ เมโสหน้าใส หรือทรีตเมนต์บำรุงผิวต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนลำดับการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการ
จะรู้ได้อย่างไร ว่าควรทำ Ulthera กี่ช็อต/กี่ไลน์ ?
จำนวนไลน์ที่ใช้ในการทำ Ulthera ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดพื้นที่ที่ต้องการยกกระชับ ระดับความหย่อนคล้อย อายุ และประวัติการทำหัตถการเดิม โดยทั่วไป หากเคยทำมาก่อนหรือผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก อาจใช้ไลน์น้อยลง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
สรุปเรื่องที่ควรรู้ก่อนทำ Ulthera เพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
เพื่อให้การทำ Ulthera ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัย ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ทั้งหลักการทำงาน จุดเด่น และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ รวมถึงควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด
การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera แท้ที่ได้รับการรับรอง เช่น ที่ V Square Clinic ซึ่งให้บริการด้วยเครื่องแท้ทุกเคส พร้อมดูแลต่อเนื่องอย่างมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยสูงสุด


