กำจัดขนมีกี่วิธี ? เทียบชัดข้อดี-ข้อเสีย เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย คุ้มค่า

รวมวิธีกำจัดขน

กำจัดขนเป็นความต้องการที่หลายคนมีในใจ เพื่อความสวยงาม ความมั่นใจ และสุขอนามัยที่ดี ซึ่งวิธีการกำจัดขนมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งวิธีกำจัดขนแบบชั่วคราวและถาวร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน 

บทความนี้จะนำเสนอ 8 วิธีการกำจัดขนที่ได้รับความนิยม พร้อมข้อมูลครบถ้วนเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขนคุด ผิวอักเสบตามมา


ทำความรู้จักกับเส้นขนและวงจรการเกิด

ทำความรู้จักกับเส้นขน และวงจรการเกิดของเส้นขน ก่อนเลือกวิธีการกำจัดขนที่เหมาะสม

ขนเกิดจากอะไร ?

เส้นขนเกิดจากต่อมรากขนที่สร้างและผลิตเส้นขนออกมา มีองค์ประกอบหลักเป็นเส้นใยโปรตีนที่เรียกว่า เคราติน ประมาณ 65-95% ไขมัน 25% และส่วนที่เหลือประกอบด้วยน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และซัลเฟอร์

เส้นขนมีหน้าที่สำคัญในการปกคลุมร่างกาย ปกป้องผิวจากอันตรายต่าง ๆ ลดแรงเสียดสี และช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ผิวหนังของเราเกือบทุกส่วนจะมีขนปกคลุมอยู่ ยกเว้นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า

ในแต่ละตำแหน่งประโยชน์ของขนจะแตกต่างกัน เช่น ขนบริเวณรักแร้ช่วยลดแรงเสียดสี ขนบริเวณลำตัวและแขนขาช่วยควบคุมระดับอุณหภูมิในร่างกาย อย่างไรก็ตาม เส้นขนที่ดกดำหรือยาวเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความสวยงามและความสะอาด

วงจรเส้นขน (Hair Cycle)

เส้นขนจะเติบโตเป็นรอบ ๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

วงจรเส้นขน

  • ระยะเติบโต (Anagen Phase) : เป็นระยะที่เส้นขนเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง รากขนจะมีการแบ่งตัวและสร้างเส้นขนใหม่อย่างต่อเนื่อง ระยะนี้จะใช้เวลาแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ เช่น เส้นผมบนศีรษะประมาณ 3-4 ปี ขนใต้วงแขนประมาณ 1-3 เดือน
  • ระยะหยุดเติบโต (Catagen Phase) : เป็นระยะที่เส้นขนหยุดการเจริญเติบโต รากขนจะหดตัวและเริ่มแยกออกจากเส้นขน ระยะนี้จะใช้เวลาสั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์
  • ระยะพักตัว (Telogen Phase) : เป็นระยะที่เส้นขนพักการเจริญเติบโต และเตรียมตัวร่วงหลุดออก ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
  • ระยะขึ้นใหม่ (Exogen Phase) : เป็นระยะที่เส้นขนเก่าร่วงหลุดออกและเส้นขนใหม่เริ่มเจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่

วงจรเส้นขนของแต่ละคนแตกต่างกันตามตำแหน่งบนร่างกาย ลักษณะของเส้นขน ระดับฮอร์โมนในร่างกาย และพันธุกรรมของแต่ละเชื้อชาติ ความแตกต่างเหล่านี้มีผลต่อการวางแผนกำจัดขน เนื่องจากจำนวนครั้งในการกำจัดขนของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการทำและลักษณะเฉพาะของเส้นขนในแต่ละคน

8 วิธีกำจัดขน เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย

1. เลเซอร์กำจัดขน

เลเซอร์กำจัดขนเลเซอร์กำจัดขนเป็นวิธีการกำจัดขนแบบถาวรที่ใช้แสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ยิงเข้าไปทำลายรากขน ทำให้ขนหลุดร่วง ขึ้นช้าและน้อยลงจนสามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร

วิธีการทำงานของเลเซอร์จะมุ่งเป้าไปที่เม็ดสีเมลานินในเส้นขน เมื่อแสงเลเซอร์โดนเม็ดสีจะเปลี่ยนเป็นความร้อนและส่งไปยังรากขน ทำลายเซลล์ที่รับผิดชอบในการสร้างเส้นขนใหม่

ข้อดี : เห็นผลเร็วตั้งแต่ครั้งแรก ขนขึ้นใหม่ช้าลงและบางลง ผิวเรียบเนียนไม่หยาบกร้าน ลดปัญหาขนคุดและรูขุมขนอักเสบ ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำได้ทุกบริเวณรวมถึงจุดซ่อนเร้นที่ต้องการความละเอียด

ข้อเสีย : ราคาต่อครั้งสูงกว่าวิธีอื่น แต่คุ้มค่าในระยะยาว อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยระหว่างทำ

2. IPL กำจัดขน

IPL กำจัดขนการกำจัดขนด้วยเทคโนโลยี IPL (Intense Pulsed Light) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยใช้แสงความเข้มข้นสูงหลายช่วงคลื่นยิงลงไปยังรูขุมขน เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นขน แม้วิธีนี้จะคล้ายกับการเลเซอร์ แต่ IPL ไม่ใช่เลเซอร์โดยตรง เนื่องจากพลังงานแสงจะกระจายกว้างและลงไม่ลึกถึงรากขนเท่าการเลเซอร์

ข้อดี : เจ็บน้อย ราคาเข้าถึงง่าย ช่วยให้ขนสีอ่อนลงได้

ข้อเสีย : พลังงานลงไม่ลึกถึงรากขน ไม่สามารถกำจัดขนได้ถาวร ไม่เหมาะกับผิวสีเข้มหรือผิวบอบบาง และอาจระคายเคืองหรือผิวเบิร์นในบางกรณี

3. จี้ไฟฟ้ากำจัดขน

จี้ไฟฟ้ากำจัดขน

การจี้ไฟฟ้ากำจัดขน หรือ Electrolysis เป็นวิธีการกำจัดขนที่ใช้กระแสไฟฟ้าในการทำลายรากขน โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปในรูขุมขนทีละเส้น แล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปเพื่อทำลายรากขนโดยตรง ทำให้ขนหลุดออกและไม่สามารถงอกใหม่ได้

ข้อดี : สามารถกำจัดขนถาวรได้ 

ข้อเสีย : เจ็บขณะทำ ใช้เวลานานเพราะต้องทำทีละเส้น มีโอกาสเกิดแผลเป็นหรือการระคายเคือง ปัจจุบันจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม

4. โกนขน

โกนขน

การโกนขนเป็นวิธีกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่ยังคงได้รับความนิยมสูง ด้วยความง่าย รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย เพียงใช้มีดโกนหรือเครื่องโกนขนไฟฟ้า ก็สามารถกำจัดขนได้ทันที เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและสามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยใช้ได้กับทุกบริเวณที่มีขน เช่น ขนรักแร้ ขนแขน ขา หนวด หรือเครา

ข้อดี : สะดวก ประหยัด ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องเตรียมตัวมาก

ข้อเสีย : ขนขึ้นใหม่เร็ว มักมีลักษณะเป็นตอแข็ง เสี่ยงต่อการระคายเคือง ขนคุด ผิวอักเสบ สีผิวคล้ำลง หรือเกิดบาดแผลหากโกนไม่ถูกวิธี

5. ถอนขน

ถอนขนการถอนขนเป็นวิธีการกำจัดขนแบบชั่วคราวที่ใช้แหนบหรืออุปกรณ์ดึงขนออกจากรากทีละเส้น เหมาะกับบริเวณที่มีขนไม่มาก เช่น คิ้ว รักแร้ หรือหนวด เพราะต้องใช้ความละเอียดและเวลาในการทำ โดยขนที่ขึ้นใหม่จะขึ้นช้ากว่าการโกน โดยมักใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะงอกใหม่ เนื่องจากต้องรอให้รากขนสร้างเส้นขนใหม่ขึ้นมา

ข้อดี : ขนขึ้นใหม่ช้า ทำได้เอง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน เหมาะกับขนเส้นเล็กในบริเวณเล็ก ๆ

ข้อเสีย : เจ็บขณะทำ ใช้เวลานาน ไม่เหมาะกับการกำจัดขนในพื้นที่กว้าง และอาจเสี่ยงต่อขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหากทำบ่อย ๆ

6. แวกซ์ขน

แวกซ์กำจัดขนการแวกซ์ขนเป็นวิธีการกำจัดขนที่ดึงขนออกจากรากในครั้งเดียว ด้วยการใช้แวกซ์ร้อนหรือเย็นทาลงบนผิว แล้วใช้แถบกระดาษหรือผ้าทาบทับก่อนดึงออกอย่างรวดเร็ว เส้นขนจะหลุดติดออกมากับแวกซ์ทันที วิธีนี้ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และขนใหม่จะขึ้นช้ากว่าการโกน โดยมักเริ่มงอกใหม่ภายใน 2–4 สัปดาห์

ข้อดี : สะดวก รวดเร็ว ขนที่ขึ้นใหม่จะช้าลงและเส้นบางลงกว่าการโกนหรือถอน

ข้อเสีย : รู้สึกเจ็บขณะดึง มีโอกาสระคายเคือง ผิวแดง หรือเสี่ยงต่อการเกิดขนคุดและผิวหนังไก่ 

7. ครีมกำจัดขน

ครีมกำจัดขนครีมกำจัดขนเป็นวิธีที่สะดวกและไม่เจ็บ โดยใช้สารเคมีอ่อน ๆ เช่น Calcium thioglycolate หรือ Sodium thioglycolate ซึ่งช่วยทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นขน ทำให้ขนอ่อนตัวและหลุดออกจากผิวชั้นบน หลังทาทิ้งไว้เพียงไม่กี่นาที แม้จะไม่สามารถกำจัดขนได้ถึงราก แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและทำได้เองที่บ้าน

ข้อดี : ทำได้ง่าย รวดเร็ว ไม่เจ็บ หาซื้อได้ทั่วไป และมีราคาย่อมเยา

ข้อเสีย : ขนขึ้นใหม่เร็ว ไม่กำจัดถึงราก อาจมีกลิ่นฉุน และเสี่ยงระคายเคืองหากผิวแพ้ง่าย

8. ด้ายกำจัดขน

ด้ายกำจัดขนการใช้ด้ายกำจัดขน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมั่งหมิง” เป็นเทคนิคดั้งเดิมจากจีนที่ใช้ด้ายฝ้ายหรือไหมพิเศษพันกันเป็นลวดลาย แล้วเคลื่อนไหวเพื่อดึงขนออกจากรากทีละเส้น นิยมใช้สำหรับกำจัดขนบริเวณใบหน้า เช่น คิ้ว หนวด หรือขนปุยบนแก้ม ช่างผู้เชี่ยวชาญจะใช้ทักษะเฉพาะในการควบคุมด้ายให้จับขนได้อย่างแม่นยำ

ข้อดี : ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน ขนขึ้นใหม่ช้า และไม่ต้องใช้สารเคมี

ข้อเสีย : เจ็บขณะทำ อาจเกิดการระคายเคืองจนกลายเป็นผิวหนังอักเสบ ขนที่ขึ้นใหม่เสี่ยงเกิดขนคุดได้

เลือกวิธีกำจัดขนแบบไหนดีที่สุด ?

เมื่อเปรียบเทียบทุกวิธีแล้ว เลเซอร์กำจัดขน ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในระยะยาว เพราะสามารถทำลายรากขนได้อย่างลึกและแม่นยำ ส่งผลให้ขนขึ้นช้าลง บางลง และบางจุดอาจไม่ขึ้นอีกเลย

นอกจากผลลัพธ์ที่ชัดเจน ยังมีข้อดีเรื่องความสะดวก ไม่ต้องกำจัดขนซ้ำบ่อย ไม่เสี่ยงขนคุด และลดปัญหาผิวระคายเคือง โดยเฉพาะหากเลือกทำเลเซอร์กำจัดขนกับคลินิกที่ใช้เครื่องเลเซอร์คุณภาพสูง มีผู้เชี่ยวชาญดูแลโดยตรง ก็จะช่วยให้เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น

สามารถกำจัดขนถาวรได้ไหม ?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่สามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร 100% แต่วิธีที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการกำจัดขนอย่างถาวรที่สุดคือ การทำเลเซอร์กำจัดขน 

พลังงานเลเซอร์กำจัดขนหลักการของเลเซอร์คือการใช้พลังงานความร้อนสูงส่งลงไปยังเม็ดสีเมลานินของเซลล์รากขน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของเส้นขนโดยตรง เมื่อรากขนถูกทำลาย เส้นขนจะไม่สามารถงอกขึ้นใหม่ได้ หรือหากขึ้นใหม่ก็จะอ่อนแอลงมาก บางลง และสีจางลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่คำว่า “ถาวร” อาจไม่ได้หมายถึงการกำจัดขนได้ 100% เสมอไป เพราะอาจยังมีขนเส้นเล็กหรือขนอ่อนงอกขึ้นมาได้บ้างเป็นครั้งคราว แต่จะน้อยลงมากจนแทบไม่สังเกตเห็น หากทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่องและครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานยิ่งขึ้น

เลเซอร์กำจัดขน ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ? ควรเว้นนานแค่ไหน ?

เลเซอร์กำจัดขนสามารถเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยขนจะเริ่มหลุดร่วงภายใน 1–2 สัปดาห์หลังทำ และขนใหม่ที่ขึ้นจะบางลง สีอ่อนลง และขึ้นช้ากว่าเดิมอย่างชัดเจน

เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ควรทำเลเซอร์ต่อเนื่องประมาณ 5–8 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ลักษณะของเส้นขน และสภาพผิวของแต่ละคนเลเซอร์กำจัดขน ควรเว้นนานแค่ไหนการเว้นช่วงเวลาระหว่างการทำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเลเซอร์จะทำงานได้ดีที่สุดกับเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ซึ่งไม่ใช่ทุกเส้นจะอยู่ในช่วงนี้พร้อมกัน การทำอย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ขนถูกกำจัดได้ครอบคลุมและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

เลเซอร์กำจัดขนที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

เลเซอร์กำจัดขน V Square Clinic ดีอย่างไร

  • ทำโดยนักกายภาพทุกเคส มีจรรยาบรรณสูง นักกายภาพเข้าใจสรีระและหลักการยิงพลังงานอย่างแม่นยำ วิเคราะห์สภาพผิวและเส้นขนอย่างละเอียดเพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละคน ไม่เลี้ยงไข้ ยิงครบ ไม่เว้นจุด
  • อุปกรณ์สะอาด ปลอดภัยระดับ Medical Grade ทุกชิ้นส่วนที่ใช้กับคนไข้ เช่น มีดโกน ผ้าปูเตียง ชุดคลุม จะเปลี่ยนใหม่ทุกเคส และไม่ใช้เจล ช่วยลดโอกาสติดเชื้อและป้องกันการระคายเคือง
  • ห้องเลเซอร์ส่วนตัวทุกเคส ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด คนไข้สามารถทำเลเซอร์ได้อย่างสบายใจในห้องแยกเฉพาะ ไม่มีผู้ร่วมใช้งานหรือรบกวน
  • เครื่องเลเซอร์คุณภาพสูง ได้มาตรฐาน ใช้เครื่อง Light B Evo Long Pulse ND Yag นำเข้าจากอิตาลี ผ่านการรับรองจาก US FDA, EU FDA และ อย.ไทย พลังงานลึกและแม่นยำ พร้อมระบบพ่นลมเย็น Cryo 7 นำเข้าจากเยอรมนี ให้ความเย็นติดลบถึง -30°C ช่วยลดความเจ็บขณะยิงเลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนไข้รู้สึกสบายตลอดการทำ
  • ไม่มีการขายคอร์สบังคับ คนไข้สามารถเลือกจ่ายรายครั้ง ไม่ต้องซื้อคอร์สล่วงหน้า หากต้องการซื้อคอร์สสามารถสอบถามโปรโมชันเพิ่มเติมได้โดยไม่มีแรงกดดัน

รีวิว เลเซอร์กำจัดขนถาวร ที่ V Square Clinic

จากประสบการณ์ของผู้เข้ารับบริการจริง มีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ ผิวเนียนขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาถอนหรือโกนซ้ำ ขนขึ้นช้าลง บรรยากาศภายในคลินิกสะอาด ห้องเลเซอร์มีความเป็นส่วนตัวรีวิวกำจัดขนรักแร้

รีวิวกำจัดขนบิกินี่

ราคาเลเซอร์กำจัดขนที่ V Square Clinic

ราคาการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ที่ V Square Clinic จะแตกต่างกันตามตำแหน่งและขนาดพื้นที่ที่ต้องการทำราคาเลเซอร์กำจัดขน V Square Clinic

สรุปเรื่องการกำจัดขน เลือกวิธีไหนดีสุด ?

การกำจัดขนมีให้เลือกหลากหลายวิธี ทั้งแบบชั่วคราวและแบบที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาว หากต้องการลดปัญหาขนอย่างเห็นผลและไม่ต้องทำบ่อย เลเซอร์กำจัดขนถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะให้ผลลัพธ์ชัดเจน ปลอดภัย และช่วยให้ผิวเรียบเนียนยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกทำเลเซอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องเลเซอร์ที่มีคุณภาพ และมี Laser Specialist ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน