Hifu วิธียอดนิยมในการยกกระชับผิว
Hifu กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการดูแลผิวหน้าในปัจจุบัน ด้วยจุดเด่นที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม เห็นผลไว และปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ หรือฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน ตึงกระชับ และดูอ่อนเยาว์แบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Hifu ให้มากขึ้น ทั้งวิธีการทำงานของเทคโนโลยีนี้ ข้อดี-ข้อจำกัด เหมาะกับใคร ? มีขั้นตอนการทำอย่างไร ? ราคาเท่าไหร่ ? รวมถึงสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีดูแลผิวหน้าให้ดูดีขึ้นอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ
ทำความรู้จัก Hifu คืออะไร ?
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการโฟกัสพลังงานได้อย่างแม่นยำในตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่กระทบหรือทำลายผิวหนังชั้นนอก
เทคโนโลยี Hifu จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน และไม่มีความเสี่ยงจากการศัลยกรรม หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะเห็นผลได้ว่าผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น ริ้วรอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดูแลตัวเองในแบบที่ไม่เจ็บ ไม่ยุ่งยาก
Hifu มีหลักการทำงานในการช่วยยกกระชับผิวอย่างไร ?
การทำงานของ Hifu อาศัยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ประมาณ 15-25 จุด เรียงกันเป็นแถวลงไปยังผิวชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังที่อยู่ลึกที่สุด โดยเป็นการโฟกัสพลังงานเฉพาะจุด (Focused Point) จึงไม่กระทบต่อผิวหนังชั้นบน
พลังงานของ Hifu จะมีลักษณะคล้ายจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกันเป้นเส้นตรงใต้ชั้นผิว
เมื่อพลังงานถูกส่งลงไปยังชั้น SMAS จะเกิดความร้อนประมาณ 65-70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นหดตัวทันที และเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวบริเวณที่ทำดูแน่นขึ้น กระชับขึ้น รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้หลังทำไม่นาน และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในช่วง 3-4 เดือน ยิ่งทำอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีขึ้นตามลำดับ
Hifu เหมาะกับใคร ?
ไฮฟู่สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะคนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น รวมถึงคนมีปัญหาผิวดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้มเริ่มลึก แก้มตก เหนียงเริ่มชัด หรือหนังตาเริ่มตก
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เสริมให้กรอบหน้าดูชัด โดยเฉพาะบริเวณกรามหรือใต้คาง
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรูขุมขนกว้าง เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา ร่องปาก หรือบริเวณหน้าผาก
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มลดลง และโครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
- ผู้ที่อยากดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมหรือวิธีที่ยุ่งยาก
Hifu ทำบริเวณไหนได้บ้าง ?
Hifu สามารถทำได้หลายบริเวณทั่วใบหน้าและร่างกาย โดยจะใช้หัวยิงที่ออกแบบมาให้เหมาะกับระดับความลึกของผิวในแต่ละจุด ทำให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
บริเวณใบหน้า
- รอบดวงตา ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และถุงใต้ตา
- ร่องแก้ม มุมปาก ทำให้ริ้วรอยดูจางลง ผิวแน่นขึ้น
- กรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น
- คิ้ว หางตา ช่วยยกคิ้ว ยกหางตา แก้ปัญหาหนังตาตก
- หน้าผาก แก้ม ยกกระชับผิวบริเวณหน้าผากและแก้มที่เริ่มหย่อน
- คาง ลำคอ ลดเหนียง คางสองชั้น และกระชับผิวคอบริเวณลำคอ
บริเวณร่างกาย
- ต้นแขน ต้นขา ช่วยให้ผิวบริเวณนี้กระชับขึ้น ดูเฟิร์มขึ้น
- เอว หน้าท้อง ลดผิวย้วย ทำให้หน้าท้องดูแน่นขึ้น
- สะโพก ยกกระชับผิวบริเวณสะโพก ไม่ให้ดูหย่อนคล้อย
แม้ไฮฟู่จะสามารถทำได้หลายบริเวณทั่วร่างกาย แต่บริเวณใบหน้ายังคงเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเห็นผลชัดเจน ช่วยยกกระชับให้หน้าดูเรียวขึ้นและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
Hifu แต่ละตำแหน่ง ทำกี่ไลน์ (Line) ถึงจะเห็นผล ?
การทำ Hifu นับเป็นจำนวนไลน์ (Line) โดยจะยิงพลังงานออกมาเป็น Line ละประมาณ 15–25 จุด ทั้งนี้จำนวนไลน์ที่ใช้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำจำนวนไลน์ที่เหมาะสมให้กับคนไข้ ซึ่งจำนวน Line ที่แนะนำในแต่ละตำแหน่งโดยประมาณ มีดังนี้
- รอบดวงตา / ใต้ตา ใช้ประมาณ 100–300 Line
- คิ้ว / หางตา ใช้ประมาณ 100–150 Line
- ร่องแก้ม / มุมปาก ใช้ประมาณ 300 Line
- แก้ม / กรอบหน้า ใช้ประมาณ 100–300 Line
- คาง / ลำคอ ใช้ประมาณ 300–500 Line หรือมากกว่านั้น
- ต้นแขน / ต้นขา ใช้ประมาณ 700–1,000 Line
- หน้าท้อง/เอว/สะโพก แพทย์จะประเมินจำนวนไลน์ที่ต้องใช้เป็นรายบุคคล
ข้อดี – ข้อควรระวัง ของการทำ Hifu
เทคโนโลยี Hifu เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่เช่นเดียวกับทุกหัตถการ การทำ Hifu มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ควรเข้าใจให้ครบก่อนตัดสินใจ
ข้อดีของการทำ Hifu
- เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
- ช่วยยกกระชับผิวหน้าให้ดูเรียบเนียนขึ้น เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น สุขภาพดีขึ้น ริ้วรอยดูจางลง
- สามารถทำซ้ำได้บ่อย และทำร่วมกับหัตถการอื่นได้อย่างปลอดภัย
- เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีสัญญาณของผิวหย่อนคล้อย
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ข้อควรระวังของการทำ Hifu
- บางรายอาจรู้สึกตึง แปล๊บใต้ผิว หรือบวมเล็กน้อยหลังทำ เป็นอาการปกติหายได้เองในไม่กี่วัน
- ควรเลือกใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน เช่น Ultraformer III หรือ Ultraformer MPT เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่แม่นยำ
- ไม่ควรทำในผู้ที่มีแผลเปิด ผิวติดเชื้อ โรคผิวหนัง หรือมีวัสดุโลหะฝังอยู่ใต้ผิวในบริเวณที่จะทำ
- ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อป้องกันการวางไลน์ผิด หรือใช้พลังงานไม่เหมาะสม
ขั้นตอนการทำ Hifu มีอะไรบ้าง ? ก่อน-หลังทำควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?
การเตรียมตัวก่อนทำ Hifu และการดูแลหลังทำ Hifu ไม่ได้เป็นขั้นตอนยุ่งยาก จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ก่อนทำ Hifu เตรียมตัวอย่างไร ?
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
- งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะสารอาหารมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่
- ก่อนทำควรงดแต่งหน้า ทารองพื้น ทาแป้ง หรือครีมบำรุงผิวหน้าอื่น
- สำหรับผู้ที่มีประวัติติดเชื้อโรคเริม หรือมีปัญหาติดเชื้อที่ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
ขั้นตอนการทำ Hifu มีอะไรบ้าง ?
1. ประเมินรูปหน้าก่อนทำ แพทย์จะทำการวิเคราะห์สภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า เพื่อระบุจุดที่มีความหย่อนคล้อย พร้อมวางแผนตำแหน่งในการยิงพลังงานและจำนวนไลน์ที่เหมาะสม
2. ทำความสะอาดผิวหน้า ก่อนเริ่มหัตถการ จะมีการทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะทำ Hifu อย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมของผิว
3. แปะยาชาเพื่อลดความเจ็บ ยาชาชนิดทาจะถูกแปะทิ้งไว้ประมาณ 30–45 นาที ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายในขณะยิงพลังงาน
4. ทาเจลเย็นก่อนยิงพลังงาน เจลเย็นจะถูกทาลงบนผิว เพื่อช่วยให้พลังงาน Ultrasound ส่งผ่านเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เริ่มยิง Hifu ตามแนวที่วางแผนไว้ แพทย์จะวางหัวเครื่องลงบนผิว และเริ่มยิงพลังงานตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
6. รู้สึกอุ่นหรือเจ็บจี๊ด ๆ ใต้ผิวเล็กน้อย ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ ใต้ผิว แสดงว่าพลังงานกำลังลงสู่ชั้นผิวที่ต้องการ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
7. ใช้เวลาทำประมาณ 30–50 นาที ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษาและจำนวนไลน์ที่ใช้ในการยิง
หลังทำ Hifu ดูแลตัวเองอย่างไร ?

- หลังทำ ผิวจะยังคงต้องการความชุ่มชื้น ควรทาครีมบำรุงเป็นประจำเพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวดีขึ้น
- ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF สูง เป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV
- หากมีอาการปวดตึงหรือระบมเล็กน้อยหลังทำถือเป็นเรื่องปกติ สามารถทานยาแก้ปวดได้
- หลีกเลี่ยงการออกแดดช่วงกลางวัน 1–2 สัปดาห์หลังทำ
- งดการนวด ถู หรือกดใบหน้าแรง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่ทำ Hifu
- งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง
หลังทำ Hifu กี่วันเห็นผล ? ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังทำ Hifu จะเริ่มเห็นผลประมาณ 20% ทันที จะรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ภายใน 2–3 เดือน เมื่อเริ่มมีการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่
หลังจากนั้นผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 5–6 เดือน ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ ความสามารถในการทนเจ็บ และการดูแลผิวหลังทำ เพราะหากใช้พลังงานสูงในระดับที่ทนได้ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์หลังทำ Hifu ยกกระชับหน้าจาก V Square Clinic
(พญ.นฤมล จิตณรงค์ เลข ว. 48015)
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ทำ Hifu ที่ไหนดี ? เช็กลิสต์คลินิกก่อนเลือกทำ
- ใช้เครื่อง Hifu แท้ที่ได้มาตรฐาน มีเอกสารรับรองชัดเจน และสามารถแสดงต่อคนไข้ได้จริง
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ด้านการยกกระชับ เพราะการยิง Hifu ต้องอาศัยความแม่นยำทั้งตำแหน่งและพลังงาน เพื่อให้ปลอดภัยและเห็นผลชัดเจน
- ประเมินใบหน้าเป็นรายบุคคลก่อนทำทุกเคส เพราะระดับความหย่อนคล้อยและความเหมาะสมของจำนวนไลน์ไม่เหมือนกัน
- หลีกเลี่ยงคลินิกที่โฆษณาเกินจริง เช่น ทำแบบไม่จำกัดไลน์ราคาถูก เพราะเครื่องแท้มีต้นทุนสูง หากราคาต่ำผิดปกติอาจเป็นเครื่องปลอม
- ควรมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งภาพก่อน–หลังทำ และไม่ใช้ภาพจากต่างประเทศหรือภาพที่แต่งเกินจริง
ทำ Hifu ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
ที่ V Square Clinic ทุกขั้นตอนของการทำ Hifu ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านการใช้เครื่อง Hifu อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหาผิวแต่ละจุด ไปจนถึงการประเมินจำนวนไลน์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล พร้อมนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส
ในทุกสาขาเลือกใช้เครื่อง Hifu แท้รุ่น Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานจากยุโรป ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่าเป็นเครื่องที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และคุ้มค่าคุ้มราคา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การยกกระชับชัดเจน โดยไม่ต้องพักฟื้น
(พญ. กรกนก กันทา เลข ว. 48666)
แพทย์ที่ V Square Clinic วิเคราะห์ปัญหาผิวและประเมินจำนวนไลน์ที่เหมาะสมก่อนทำ Hifu
Hifu ราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหม ?
ราคาการทำ Hifu ในคลินิกที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกัน แตกต่างกันตามจำนวนไลน์ที่ใช้ บริเวณที่ต้องการยกกระชับ และโปรโมชันในช่วงนั้น ๆ
โดยทั่วไป หากต้องการยกกระชับทั่วหน้าและลดเลือนริ้วรอย มักใช้ประมาณ 600 ไลน์ ราคาประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งแพทย์จะประเมินจำนวนไลน์ให้เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม
โปรโมชัน Hifu ราคาพิเศษ ที่ V Square Clinic

หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันส่งเสริมการตลาดในแต่ละช่วง
Q&A เกี่ยวกับ Hifu
Hifu เจ็บไหม ?
การทำ Hifu อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในระดับที่ทนได้ ซึ่งก่อนทำจะมีการทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บ โดยในระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ ร้อน ๆ ใต้ผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานได้ลงลึกถึงชั้นผิว SMAS แล้ว
Hifu ควรทำทุกกี่เดือน ?
แพทย์จะแนะนำให้ทำทุก 3–4 เดือน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และคงผลลัพธ์ให้ผิวดูเต่งตึงกระชับอยู่เสมอ ซึ่งการทำ Hifu ซ้ำเป็นระยะจะช่วยให้ผิวกระชับต่อเนื่อง และชะลอความหย่อนคล้อยของผิวได้ในระยะยาว
Hifu ทําคู่กับอะไรได้บ้าง ?
Hifu สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือเมโสแฟต เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
สรุป ทำ Hifu ยกกระชับผิว ดีไหม ?
ถ้ากำลังมองหาวิธียกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด Hifu ถือเป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่า ด้วยผลลัพธ์ที่ชัดเจน เห็นผลโดยไม่ต้องพักฟื้น ช่วยลดความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวให้ดูกระชับอ่อนเยาว์
การเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทำให้ Hifu เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน


