Hyperspectral Microscope คืออะไร?

Hyperspectral Microscope คือกล้องจุลทรรศน์ที่รวมความสามารถของกล้องจุลทรรศน์เข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพสเปกตรัมเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถจับภาพตัวอย่างได้ในหลายช่วงความยาวคลื่นแสงพร้อมกัน ได้ทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลสเปกตรัมของตัวอย่างในระดับจุลภาคในทุกจุดพิกเซลของภาพนั้นๆ

แล้วกล้องจุลทรรศน์ไฮเปอร์สเปกตรัม ทำงานอย่างไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง ใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง ต่างจากกล้องสเปกตรัมปกติอย่างไร การเตรียมตัวอย่างสำหรับการสแกน ต้องทำอย่างไร? ไปดูกันครับ


Hyperspectral Microscope ทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของ Hyperspectral Microscope นั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด กระบวนการทำงานโดยสังเขปสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ได้ ดังนี้

1. การส่องแสงในช่วงความยาวคลื่นลงบนตัวอย่าง โดยจะส่งแสงสีขาว (White Light)

2. ทำการแยกสเปกตรัมหรือแยกแสง โดยแสงที่สะท้อนหรือทะลุผ่านตัวอย่างและผ่านเลนส์เข้าสู่สเปกตรัม จะใช้อุปกรณ์ เช่น Prism, Grating หรือ Filter

3. ทำการจับภาพ โดยมักจะใช้เซตเซอร์ CMOS หรือ CCD ในการบันทึกข้อมูลความเข้มแสงในแต่ละความยาวคลื่นสำหรับทุกพิกเซลของภาพ

4. สร้าง Data Cube โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นลูกบาศก์ 3 มิติ

ข้อดีของ Hyperspectral Microscope

การใช้ Hyperspectral Microscope จะเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความสามารถและจุดเด่นที่เหนือกว่ากล้องจุลทรรศน์แบบดั้งเดิมหลายอย่าง เช่น

สามารถระบุสารหรือเคมีได้ละเอียดมาก รวมถึงสามารถวิเคราะห์ปริมาณได้เช่นกัน

ให้ความแม่นยำสูง เพราะสามารถตรวจจับความแตกต่างขององค์ประกอบได้ แม้จะมีสีที่เหมือนกัน

สามารถวิเคราะห์ในเชิงปริมาณได้ โดยสามารถวัดความเข้มข้นและการกระจายตัวของสารได้ในเชิงปริมาณ

สามารถวิเคราะห์ได้หลายพารามิเตอร์พร้อมกัน ทั้งข้อมูลรูปร่าง ขนาด และองค์ประกอบได้พร้อมๆ กัน

ไม่จำเป็นต้องย้อมสี สามารถแยกความแตกต่างได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมีหรือการย้อมสี ทำให้สภาพตัวอย่างเดิมไม่ถูกทำลาย

Hyperspectral Microscope ใช้ในอุตสาหกรรมใดบ้าง

เทคโนโลยี Hyperspectral Microscope นั้นถูกส่งไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายไม่ว่าทั้งในห้องแลปสำหรับเรียนไปจนถึงใช้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น

การแพทย์และชีววิทยา ใช้สำหรับวินิจฉัยเนื้อเยื่อมะเร็ง ศึกษาเซลล์ หรือวิเคราะห์ระดับออกซิเจนในเลือด

อุตสาหกรรมยา ใช้สำหรับตรวจสอบคุณภาพของยา วิเคราะห์การกระจายของสาร ใช้ศึกษาเสถียรภาพของยา

นาโนเทคโนโลยี ใช้สำหรับวิเคราะห์องค์ประกอบของวัสดุ ตรวจสอบความบริสุทธิ์และศึกษาโครงสร้างของวัสดุนาโน

อุตสาหกรรมอาหาร ใช้ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย หาสารปนเปื้อน ประเมินความสด

เกษตรและพืช ใช้วิเคราะห์พืช คลอโรฟิลล์ สารอาหาร และใช้ศึกษาโรคพืช

เซมิคอนดักเตอร์ ใช้ตรวจสอบข้อพกพร่องในแผ่นเวเฟอร์หรือชิป

นิติวิทยาศาสตร์ ใช้สำหรับการตรวจสอบรอยเปื้อน คราบเลือด หรือเอกสารปลอมแปลง

กล้อง Hyperspectral กับกล้องสเปกตรัมปกติ ต่างกันอย่างไร

กล้อง Hyperspectral กับกล้องสเปกตรัมปกติ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของเทคโนโลยีและผลลัพธ์ที่ได้ของการใช้งาน เราสามารถเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เข้าใจได้ ดังนี้ครับ

คุณสมบัติ กล้องปกติ (RGB / Standard) กล้อง Hyperspectral
การรับรู้แสง รับ 3 ช่วงคลื่นกว้างๆ (แดง, เขียว, น้ำเงิน) รับช่วงคลื่นแคบๆ ต่อเนื่องกันนับร้อยช่วงคลื่น (Hundreds of bands)
สิ่งที่เห็น สีที่ตามนุษย์มองเห็น กราฟสเปกตรัมละเอียดของแต่ละพิกเซล
ความสามารถ แยกรูปร่างและสี แยกองค์ประกอบทางเคมีและชีวภาพ
ข้อมูลที่ได้ ภาพถ่าย 2 มิติ ลูกบาศก์ข้อมูล (Data Cube) $(x, y, \lambda)$
การใช้งาน การถ่ายภาพทั่วไป, ส่องโครงสร้าง การวิเคราะห์วัสดุ, วิจัยทางการแพทย์, ตรวจสอบคุณภาพ

 

การเตรียมตัวอย่างสำหรับการสแกนไฮเปอร์สเปกตรัม

แม้ว่า Hyperspectral Microscope จะมีข้อดีอย่างหนึ่งคือไม่ต้องย้อมสีลงบนวัสดุ แต่การเตรียมตัวก่อนทำการสแกนนั้นจะเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด การเตรียมตัวอย่างสำหรับการสแกนไฮเปอร์สเปกตรัม จะมีด้วยกันดังนี้ครับ

1. ทำให้ตัวอย่างมีความเรียบสม่ำเสมอ เพื่อให้ระยะโฟกัสมีความแม่นยำ

2. เลือกชนิดของสไลด์ให้ถูกต้อง หากสแกนปกติในช่วงแสงที่ตามองเห็นก็สามารถใช้สไลด์ทั่วไปได้ แต่ถ้าหากสแกนในช่วง UV หรือ IR จำเป็นต้องใช้ Quartz

3. เลือกโหมดการถ่ายที่ถูกต้อง เช่น แบบสะท้อน หรือแบบส่องผ่าน

4. ไม่ให้ตัวอย่างมีความชื้น เพราะความชื้นอาจรบกวนสัญญาณได้

ระบบ Hyperspectral Microscope ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง Hong Kong NTI คือผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์อย่างยาวนาน สามารถใช้งานได้ง่าย เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมจัดจำหน่ายเครื่องมือที่มีคุณภาพสูง และได้รับความไว้วางใจจากอุตสาหกรรมชั้นนำ

พร้อมหลักสูตรคอร์สกระบวนการผลิตนาโนเทคโนโลยีด้วย VR ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เหมาะกับทั้งนักเรียน นักศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับคณะวิทยาศาสตร์ หรือผู้ที่ทำงานด้านการผลิตนาโนเทคโนโลยี