ทุกวันนี้เทรนด์ยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Ulthera ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยกกระชับผิวให้กลับมาตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มตก หนังตาหย่อน หรือเริ่มมีเหนียง แต่ยังไม่อยากผ่าตัดดึงหน้าที่ต้องมีแผลใหญ่ใช้เวลาพักฟื้นนาน ด้วยผลลัพธ์ที่โดดเด่นนี้ Ulthera จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดฮิตของคนที่อยากหน้าตึงโดยไม่ต้องพักฟื้นให้เสียเวลา
Ulthera มีหลักการทำงานยังไง
Ulthera เป็นเทคโนโลยีเสริมความงามที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ชนิดโฟกัส ยิงพลังงานลงไปในชั้นผิวลึกถึงระดับชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า โดยคลื่นเสียงนี้จะสร้างจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็ก ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ผลที่ได้คือ ผิวจะมีความเต่งตึง ดูยกขึ้น ไขมันที่เคยสะสมก็จะค่อย ๆ หายไป ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง เรียวกระชับอย่างเห็นได้ชัดเจน
Ulthera แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นยังไง
ต้องบอกก่อนเลยว่าเทคโนโลยีที่สามารถยกกระชับผิวได้ในวงการเสริมความงามมีหลายแบบ แต่ Ulthera ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (US FDA) ว่าสามารถยกกระชับผิวหน้าและลำคอได้อย่างปลอดภัย สามารถมองเห็นชั้นผิวผ่านหน้าจอขณะทำได้แบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำตรงจุด แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์หรือหลักการทำงานของ Ulthera อาจทำให้มีความแตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ ดังนี้
Ulthera แตกต่างจาก Hifu ยังไง
บางคนที่เพิ่งเริ่มศึกษาเทคโนโลยียกกระชับมักเข้าใจว่า Ulthera กับ HIFU คือสิ่งเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว Ulthera เปรียบเสมือน HIFU รุ่นพรีเมียมก็ว่าได้ เพราะมีพลังงานที่แม่นยำกว่า ลึกกว่า และสม่ำเสมอกว่าเครื่อง HIFU ทั่วไป
ส่วน HIFU มักยิงคลื่นแบบกระจาย ไม่มีภาพนำทาง จึงให้ผลยกกระชับน้อยกว่าและอยู่ได้ไม่นานเท่า Ulthera ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์ของ Ulthera จะอยู่ได้นานกว่า 1 ปี ในขณะที่ HIFU ทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน เท่านั้น
Ulthera แตกต่างจาก Thermage ยังไง
สำหรับเทคโนโลยีเครื่อง Thermage จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF: Radio Frequency) กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวตื้น เหมาะกับการกระชับผิวทั่วหน้า ส่วน Ulthera ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้นผิว SMAS จะเหมาะกับการยกผิวที่หย่อนคล้อยมากกว่า เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือลำคอ ดังนั้น หากใครต้องการยกหน้า Ulthera จะเห็นผลชัดเจนกว่า แต่ถ้าใครต้องการผิวแน่นทั่วหน้า Thermage ก็ตอบโจทย์มากกว่าเช่นกัน
Ulthera ทำแล้วเห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
หลังทำ Ulthera ผิวจะรู้สึกตึงกระชับขึ้นทันทีประมาณ 20–30% จากนั้นคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ สร้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้เต็มที่ในช่วง 2–3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานเฉลี่ย 12–18 เดือนเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละคนด้วย เช่น ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นประจำ
Ulthera ต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล
สำหรับใครที่สนใจทำ Ulthera จำนวนช็อตที่ใช้ในการทำถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพของการยกกระชับ หากได้รับการยิงช็อตที่ไม่พอ ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการ ผลลัพธ์ก็อาจไม่ชัดเจน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับบริเวณและระดับความหย่อนคล้อยของผิวด้วย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนที่เหมาะสมที่สุดให้แต่ละคน แต่เบื้องต้นจำนวนช็อตของ Ulthera เป็นดังนี้
Ulthera ยกกระชับทั่วใบหน้าต้องทำกี่ช็อต
การยกกระชับทั่วใบหน้า (Full Face) มักจะมีการยิง Ulthera อยู่ที่ประมาณ 500–800 ช็อต เพื่อให้ผลยกกระชับทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและแก้มที่เป็นปัญหาหลักของหลายคน
Ulthera ยกกระชับแก้มต้องทำกี่ช็อต
โดยปกติแล้วบริเวณแก้มถือเป็นจุดที่ผิวหย่อนคล้อยได้ง่ายที่สุด แพทย์จึงมักยิง Ulthera อยู่ที่ประมาณ 200–300 ช็อตต่อข้าง เพื่อยกแก้มและกระชับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน คือ แก้มยกขึ้น ใบหน้าดูเรียวได้รูปมากขึ้นด้วย
Ulthera ยกกระชับคิ้ว รอบดวงตาต้องทำกี่ช็อต
สำหรับบริเวณรอบดวงตาและคิ้วจำเป็นต้องใช้พลังงานต่ำกว่าบริเวณอื่นเพราะผิวที่บาง แพทย์จึงมักยิง Ulthera ประมาณ 100–150 ช็อตต่อข้าง เพื่อช่วยยกคิ้ว หนังตา และลดความหย่อนคล้อยใต้ตาโดยไม่ให้กระทบต่อดวงตานั่นเอง
Ulthera ยกกระชับลดเหนียง คอ ต้องทำกี่ช็อต
สำหรับผู้ที่มีเหนียงหรือลำคอหย่อนคล้อย มักยิง Ulthera อยู่ที่ประมาณ 300–400 ช็อต เพื่อช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางและลำคอได้ กรอบหน้าจะมีความคมชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีคางสองชั้นแล้ว
ทำ Ulthera แล้วคุ้มค่าหรือไม่
ความคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่านั้น ก่อนอื่นเลยเราต้องทราบความต้องการของตัวเองก่อนว่า ถ้าเราต้องการให้หน้าเรียว ยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า HIFU การทำ Ulthera ก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะทำเพียงครั้งเดียวสามารถเห็นผลอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 1 ปีครึ่ง อีกทั้งยังปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบธรรมชาติแบบสุด ๆ
ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล มักเกิดจากอะไร
สาเหตุที่บางคนทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล มักเกิดจาก
- เครื่องที่ใช้ไม่ใช่เครื่องแท้จากแบรนด์ Ulthera
- มีการยิงพลังงานไม่ครบจำนวนช็อต หรือได้รับจำนวนช็อตที่น้อยเกินไป
- ผู้ทำหัตถการไม่มีความชำนาญในการปรับระดับพลังงาน
- สภาพผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป จึงจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดดึงหน้าร่วมด้วย
ดังนั้น เราควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera ของแท้และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำหัตถการเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าจริง
ทำ Ulthera เช็กเครื่องแท้ยังไง
หากใครที่มีความกังวลว่าคลินิกที่เราเลือกทำใช้เครื่อง Ulthera ของแท้หรือไม่ แนะนำให้สังเกตง่าย ๆ ดังนี้ เครื่อง Ulthera ของแท้จะต้องมีโลโก้ Ulthera® และมีใบรับรองจากตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง โดยผู้ที่เข้ารับบริการในฐานะที่เป็นผู้บริโภคจะสามารถขอดู Serial Number และใบรับรองเครื่องแท้ (Certificate of Authenticity) จากคลินิกได้
นอกจากนี้ บนหน้าจอเครื่องจะต้องมีระบบ Visualization เห็นชั้นผิวขณะยิงช็อต ซึ่งเป็นจุดเด่นที่เครื่องเทียบไม่มี
สรุป
Ulthera ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการหน้าเรียว ตึง โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เสียเวลาพักฟื้น ด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ที่แม่นยำลงลึกถึงผิวชั้น SMAS ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังเห็นผลเต็มที่ภายใน 2–3 เดือน และอยู่ได้นานถึง 1 ปีครึ่งด้วย
แต่อย่าลืมว่าการเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องของแท้เท่านั้น คือหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ หากใครกำลังมองหาวิธียกกระชับหน้าแบบปลอดภัยและคุ้มค่า Ulthera คือหัตถการที่ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน


