ผลสำรวจชี้คนไทยมีความเครียดเรื่องเศรษฐกิจมากที่สุด ร้อยละ 67.76% ระบุ ของกิน-ของใช้แพง

สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องความเครียดของคนไทย ณ วันนี้จากการสำรวจประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,358 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2563

เผยตัวเลขความเครียดของคนไทยในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเรื่องส่วนตัว

จากผลสำรวจในเรื่องความเครียดของคนไทย ณ วันนี้ ที่มีต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเรื่องส่วนตัวพบว่า


ความเครียดต่อเรื่องการเมือง

การทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 63.93%

ความขัดแย้งทางการเมือง ร้อยละ 46.65%

การเคลื่อนไหวทางการเมือง/การชุมนุม ร้อยละ 42.32%

ข่าวการเมือง ร้อยละ 39.02%

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 35.61%

ความเครียดในเรื่องเศรษฐกิจ

ของกินของใช้แพง ร้อยละ 67.76%

ข่าวเศรษฐกิจ ร้อยละ 58.06%

เงินไม่พอใช้ ร้อยละ 56.80%

เป็นหนี้ ต้องกู้ยืม ร้อยละ 50.64%

ตกงาน ไม่มีงานทำ 4ร้อยละ 5.32%

ความเครียดในเรื่องสังคม

โรคโควิด-19 ร้อยละ 57.49%

อาชญากรรมต่างๆ เช่น ปล้น ฆ่า ข่มขืน ร้อยละ 55.49%

การบูลลี่ (เหยียด/กลั่นแกล้ง/ข่มเหงรังแก) ร้อยละ 40.58%

ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า 3ร้อยละ 6.21%

อุบัติเหตุ ความประมาท ร้อยละ 36.16%

ความเครียดในเรื่องส่วนตัว

การทำงาน ร้อยละ 40.43%

สุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ ร้อยละ 27.19%

เรื่องในครอบครัว บุตรหลาน คู่ครอง ร้อยละ 25.09%

การเรียน ร้อยละ 16.58%

การคบเพื่อน ร้อยละ 13.19%

เผยคนไทยถึง 51.47% อยากออกไปเที่ยวชอปปิงซื้อของเพื่อแก้เครียด

ผลสำรวจเมื่อถามว่าสิ่งที่คนไทยอยากทำเมื่อรู้สึกเครียดมากได้แก่

ออกไปเที่ยว ช้อปปิ้ง ซื้อของ ร้อยละ 51.47% 

  เล่นเน็ต เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไอจี ร้อยละ 35.35% 

  กิน ร้อยละ 33.51%

เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ร้อยละ 31.15%

  เข้าวัด ใช้ธรรมะบำบัด ร้อยละ 27.17%

ในการสำรวจครั้งนี้จะเห็นได้ว่าเรื่องที่มีความกังวลและส่งผลต่อความเครียดมากที่สุดยังคงเป็นเรื่อง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เงินไม่พอใช้ เป็นหนี้ ซึ่งเป็นปัญหากับประชาชนโดยตรง รองลงมาคือเรื่องการเมือง การทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อเครียดแล้วประชาชนส่วนใหญ่อยากคลายเครียดด้วยการ ออกไปเที่ยว ชอปปิง ซื้อของ แต่ด้วยเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นมากนัก ทำให้ยังไม่มีกำลังพอที่จะใช้จ่ายสำหรับในการ ชอปปิง ทำให้เกิดความเครียดวนเวียนดังเดิม