Tuesday, April 23, 2024
More

    เลือกที่นอนแบบไหนดี ให้นอนหลับสบาย ไม่ปวดหลัง มาหาคำตอบกัน

    ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าวิธีพักผ่อนที่ดีที่สุดต้องยกให้กับการนอนหลับ ในแต่ละวันคนเราควรได้นอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ ตื่นมาพร้อมความสดชื่นและทำกิจกรรมกันต่อ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้การนอนหลับของคุณสมบูรณ์แบบมากขึ้นนั่นคือ “ที่นอน” หากนอนแล้วรู้สึกนุ่มสบาย ไม่ปวดหลังย่อมเป็นคำตอบที่ใครต่างก็เฝ้าตามหา ลองมาดูกันว่าควรเลือกที่นอนแบบไหนดีนะ

    แนะนำประเภทที่นอนหลับสบายที่ได้รับความนิยม

    ที่นอนที่ผลิตจากวัสดุแต่ละแบบ ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป สิ่งแรกที่ควรรู้นั่นคือการเลือกประเภทให้เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งตัวเลือกที่นอนหลับสบายที่อยากแนะนำ ดังนี้


    1. ที่นอนสปริง

    นี่คือประเภทที่นอนยอดนิยมมายาวนาน นุ่มเด้ง ยืดหยุ่น รองรับน้ำหนักและโอบรับสรีระได้ดี อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องพิจารณามาก ๆ นั่นคือ “ขดลวดสปริง” ซึ่งปกติมักมีความสูงประมาณ 6 นิ้ว หากมีขดเกลียวเยอะก็ช่วยเพิ่มความนุ่มเด้ง รวมถึงประเภทของขดสปริงก็มีส่วน เช่น

    – สปริงบอนแนลล์ (Bonnel Spring) สามารถรองรับน้ำหนักและระบายอากาศได้ดี ลดปัญหากความอับชื้น

    – สปริงออฟเซ็ท (Offset Spring) แข็งแรง ลดปัญหาการเสียดสีระหว่างขยับตัว แต่ไม่ค่อยโอบรับสรีระมากนัก

    – สปริงพ็อกเกต (Pocket Spring) สปริงจะแยกกันแบบอิสระ แรงสั่นสะเทือนเมื่อพลิกตัวน้อย

    ทั้งนี้แม้ที่นอนสปริงจะราคาถูก แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สปริงมักหมดสภาพ มีเสียงรบกวน และอาจทำให้ที่นอนยุบเป็นหลุมนำมาซึ่งอาการปวดหลังได้เช่นกัน

    2. ที่นอนเมมโมรี่โฟม

    ผลิตจากโพลียูรีเทนที่มีการเพิ่มสารความหนืดและหนาแน่น จึงมีคุณสมบัติในการรับแรงกดทับให้กระจายตัวได้ดี รองรับน้ำหนักตัวได้เยอะ โอบรับสรีระเมื่อทิ้งตัวลงนอน ป้องกันไรฝุ่น จึงมีส่วนในการลดปัญหาปวดหลัง ปวดไหล่ นอนหลับสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตามจุดด้อยเล็ก ๆ ของที่นอนประเภทนี้คืออาจได้กลิ่นของสารเคมีและรู้สึกร้อนได้ง่ายเนื่องจากไม่มีรูระบายอากาศช่วงที่พึ่งใช้งานใหม่

    3. ที่นอนยางพารา

    มาถึงไฮไลต์ที่อยากแนะนำมาก ๆ หากใครมีปัญหาการปวดหลัง ปวดไหล่ ต้องไม่พลาดในการเลือกซื้อที่นอนยางพารามาใช้งาน จุดเด่นสำคัญคือจะรองรับสรีระและการเคลื่อนไหวในทุกท่วงท่า ไม่ยุบตัวขณะลุก ลดปัญหาปวดหลังได้ดีเยี่ยม กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังไม่สะสมไรฝุ่น ความชื้น จึงตอบโจทย์มากสำหรับผู้มีปัญหาภูมิแพ้ แม้มีราคาสูงกว่าที่นอนทั่วไปแต่ถ้าเลือกซื้อกับโรงงานผลิตที่นอนยางพาราโดยตรงก็จะได้ราคาดีกว่าแถมใช้งานได้ยาวนานไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ อย่างไรก็ตามยังสามารถเลือกประเภทที่นอนได้หลายแบบ เช่น

    – ที่นอนยางพาราแท้ ใช้ยางพารา 100% ฉีดขึ้นรูป แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักดีมาก ดูแลรักษาง่าย แต่อาจมีกลิ่นเหม็นยางในช่วงแรก

    – ที่นอนยางพาราอัด จะใช้เศษยางพาราบดละเอียดร่วมกับวัสดุอื่น ๆ แล้วอัดก้อน จึงมีความแข็งกว่ายางแท้เล็กน้อย น้ำหนักเยอะ แต่ราคาประหยัดกว่า

    ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมในการเลือกที่นอนให้หลับสบาย

    นอกจากประเภทของที่นอนตามคำแนะนำแล้วก็ยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้คุณเจอกับที่นอนในสไตล์ของตนเอง พักผ่อนตลอดคืนอย่างสบายใจ ลดอาการปวดหลัง สุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหลักสำคัญคือเรื่องน้ำหนักตัวของผู้นอน โดยจะใช้วิธีประเมินจากค่า BMI (การคำนวณดัชนีมวลกาย) ด้วยสูตร น้ำหนัก (กก.) หาร ส่วนสูง (ซม.) ผลลัพธ์ที่ได้จะมีดังนี้

    – คนรูปร่างเล็ก ค่า BMI น้อยกว่า 18.5 แนะนำที่นอนความนุ่มมาตรฐาน – ปานกลาง (Soft-Medium)

    – คนรูปร่างสมส่วน ค่า BMI ระหว่าง 18.5 – 22.9 แนะนำที่นอนความนุ่มปานกลาง – ค่อนข้างแน่น (Medium-Firm)

    – คนรูปร่างใหญ่ ค่า BMI มากกว่า 23 แนะนำที่นอนความนุ่มปานกลาง – ค่อนข้างแน่น (Medium-Firm)

    เมื่อรู้แบบนี้แล้วคงทำให้หลายคนสามารถเลือกที่นอนให้เหมาะกับสรีระของตนเองเพื่อการพักผ่อนที่ดีตลอดคืน หลับสนิท ไม่มีสิ่งใดกวนใจ พร้อมลดอาการปวดหลังได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งใครที่สนใจที่นอนยางพาราแต่กังวลเรื่องราคาแนะนำอีกครั้งว่าเลือกซื้อกับโรงงานผลิตที่นอนยางพาราโดยตรง จะประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ของดีมีคุณภาพเอาไว้ใช้งานแน่นอน