หลาย ๆ ประเทศให้ความสำคัญในการดื่มชามากกว่าเป็นเครื่องดื่มธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น อินเดีย อังกฤษ และไต้หวัน เพราะเชื่อกันว่าการดื่มชาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ดังนั้น ในบทความนี้ จะพาคุณไปรู้จักการดื่มชาของ 5 ประเทศ และ 5 วัฒนธรรมการดื่มชาที่ทำให้ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีความสำคัญ พร้อมนำเสนอวิธีชงชาเบื้องต้นให้คุณทราบไปพร้อม ๆ กัน
แนะนำวัฒนธรรมการดื่มชาจาก 5 ประเทศทั่วโลก
การดื่มชาเป็นวัฒนธรรมที่มีมายาวนานและมีความหลากหลายในแต่ละประเทศทั่วโลก มาดูกันว่าวัฒนธรรมการดื่มชาใน 5 ประเทศที่โดดเด่นมีอะไรบ้าง
1. วัฒนธรรมการดื่มชาจีน
จีนเป็นประเทศต้นกำเนิดของชา โดยวัฒนธรรมการดื่มชาของจีนเน้นที่ความเงียบสงบและทำสมาธิ ชาจีนที่มีชื่อเสียงได้แก่ ชาอู่หลง ชาเขียว และชาขาว ซึ่งการชงชาของจีนมักเป็นศิลปะที่แสดงถึงความเคารพและความประณีตตั้งใจในทุกขั้นตอน
วิธีชงชาแบบจีน: นำใบชาใส่ในกาน้ำชาเล็ก ๆ เติมน้ำร้อนประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส รินน้ำออกหลังจาก 30 วินาทีครั้งแรกเพื่อทำความสะอาดใบชา จากนั้นเติมน้ำร้อนอีกครั้งและปล่อยให้ชาแช่ 1-2 นาที ก่อนจะรินใส่ถ้วย
2. วัฒนธรรมการดื่มชาญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นมีพิธีชงชาที่เรียกว่า “ซะโด” หรือ “Sadō” ซึ่งเป็นการชงชาเขียวมัทฉะอย่างประณีตและสวยงาม โดยมุ่งเน้นไปที่ความเรียบง่ายและความเงียบสงบ ชาญี่ปุ่นถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำสมาธิได้ค่อนข้างดี
วิธีชงชาแบบญี่ปุ่น: ใส่ผงมัทฉะประมาณ 1-2 ช้อนชาลงในถ้วยชา เติมน้ำร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส จากนั้นใช้ไม้พายตีผงชาให้เข้ากับน้ำจนเกิดฟองละเอียด ชาจะมีรสขม นุ่มและมีกลิ่นหอมสดชื่น
3. วัฒนธรรมการดื่มชาอังกฤษ
อังกฤษมีประเพณีการดื่มชาในช่วงบ่าย (Afternoon Tea) ซึ่งมักเสิร์ฟคู่กับขนมหวาน และชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) เป็นหนึ่งในชาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยประโยชน์ของชาเอิร์ลเกรย์ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ลดความเครียด และความวิตกกังวล รวมถึงยังมีการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและท้องเฟ้อได้อีกด้วย
วิธีชงชาแบบอังกฤษ: ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นเทน้ำร้อนลงในถ้วยที่มีถุงชาเอิร์ลเกรย์ ปล่อยให้ชาพักในน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที เติมนมและน้ำตาลตามชอบก่อนเสิร์ฟ ชาจะมีกลิ่นหอมจากเบอร์กาม็อตที่เป็นเอกลักษณ์
4. วัฒนธรรมการดื่มชาอินเดีย
ในอินเดีย “ชาไจ” (Chai) เป็นที่นิยมในประเทศนี้ ซึ่งเป็นชาที่ปรุงด้วยเครื่องเทศต่าง ๆ เช่น ขิง กระวาน และอบเชย โดยเปรียบเสมือนความอบอุ่นของความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว
วิธีชงชาแบบอินเดีย: ต้มน้ำกับใบชา น้ำตาล และเครื่องเทศต่าง ๆ เช่น ขิง กระวาน และอบเชยในหม้อ นำไปต้มจนเดือด เติมนมสดลงไปแล้วต้มต่ออีก 2-3 นาที จากนั้นกรองชาและเสิร์ฟในแก้ว ชาจะมีรสชาติหวานหอมและเผ็ดร้อนเล็กน้อย
5. วัฒนธรรมการดื่มชาไต้หวัน
ไต้หวันเป็นที่รู้จักในเรื่องของชาอู่หลง (Oolong Tea) ซึ่งมีรสชาติซับซ้อนและกลิ่นที่หอมหวาน โดยมักจะนำไปประกอบเป็นเมนู “ชานม ทั้งนี้ชาในไต้หวันเป็นทั้งศิลปะและประสบการณ์ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ชาไต้หวันเป็นที่หลาย ๆ คนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก
วิธีชงชาแบบไต้หวัน: ใช้กาชงชาขนาดเล็ก เติมใบชาอู่หลงลงไป เติมน้ำร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 90-100 องศาเซลเซียส ชงชาสั้น ๆ ประมาณ 30 วินาที จากนั้นรินใส่ถ้วย ชงซ้ำได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งจะให้รสชาติที่แตกต่างกัน
บทสรุป
เมื่อการดื่มชาเป็นมากกว่าเครื่องดื่มเพื่อดับกระหาย เพราะเชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจิบชาเขียวมัทฉะในญี่ปุ่น ชาเอิร์ลเกรย์ในอังกฤษ หรือชาอู่หลงในไต้หวัน ทุกที่มีวิธีการชงชาและประเพณีที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้การดื่มชาเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำยิ่งขึ้น
สำหรับชาเอิร์ลเกรย์ นอกจากรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ประโยชน์ของชาเอิร์ลเกรย์ยังดีต่อสุขภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด หรือช่วยในการย่อยอาหาร ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณนั่งจิบชา ลองนึกถึงประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง แล้วจะพบว่าการดื่มชามีเสน่ห์มากกว่าที่คิดแน่นอน


