Friday, May 29, 2020
More

    ผลสำรวจชี้ชาวไทย 79% มีความกังวลด้านการเงินเมื่อเข้าสู่ “นิวนอร์มัล”

    ผลการสำรวจจากวีซ่าชี้ผู้บริโภคชาวไทยมีความกังวลด้านสุขภาพทางการเงินมากถึง 79% โดยห็นพ้องว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้พวกเขาจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตัวในเชิงรุกมากขึ้นกับการวางแผนด้านการเงิน

    นิวนอร์มอลเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายผู้บริโภค

    วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยถึงผลการสำรวจที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนด้านอุปนิสัยและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทย ในยุคที่สังคมทั่วโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอลหรือวิถีชีวิตใหม่”  โดยผลการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย


    จากการสำรวจพบว่า 3 ใน 5 ของคนไทย (61%) กำลังพัฒนานิสัยในการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด โดยเลือกที่จะใช้จ่ายด้วยบัตรชำระเงินหรือผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนมากกว่าการใช้เงินสด

    นอกจากนี้ เกือบ 7 ใน 10 ของคนไทย (69%) กล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะผูกติดกับการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลแทนการกลับไปใช้เงินสดแบบเดิมหลังสถานการณ์ปัจจุบันสิ้นสุดลง

    นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่าวีซ่า ทำการสำรวจในครั้งนี้ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยอย่างทันท่วงที ถ่องแท้ และชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกฝ่ายกำลังปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอลนอกจากนี้เราเชื่อว่าความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความก้าวหน้า ดังนั้นเราประสงค์ที่จะแบ่งปันข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้เพื่อช่วยอีโคซิสเท็มและธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยเพื่อให้สามารถปรับตัวและเปิดรับสภาพที่เป็นจริงแบบใหม่  และท้ายที่สุดความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ถูกต้องได้

    สุขภาพทางการเงินสำคัญกว่าสุขภาพทางร่างกาย?

    แม้ว่าประชากรทั่วโลกมีความกังวลในเรื่องสุขภาพร่างกาย  กระนั้นก็ยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกกลับมีความกังวลด้านสุขภาพทางการเงินมากกว่า โดย 4 ใน 5 (79%) ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเห็นพ้องว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้พวกเขาจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตัวในเชิงรุกมากขึ้นกับการวางแผนด้านการเงิน เปรียบเทียบกับอีกครึ่งหนึ่งโดยประมาณ (53%) ที่บ่งชี้ถึงความกังวลของพวกเขาในเรื่องการเจ็บป่วย

    คนไทยซื้อของออนไลน์เพิ่ม

    จากผลการสำรวจ 67% ของผู้บริโภคชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาน่าจะมีการซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเป็นจำนวนเกือบเท่าตัวของนักชอปทั่วโลก (35%) และค่อนข้างจะมากกว่าค่าเฉลี่ย (47%) สำหรับนักชอปในแถบเอเชียแปซิฟิก

    เมื่อพูดถึงประสบการณ์การชอปปิง มากกว่าครึ่ง (54%) ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย กล่าวว่า การชอปปิงออนไลน์ให้ประสบการณ์ที่ดีมากกว่าการชอปปิง ณ ร้านค้าแบบเดิม เปรียบเทียบกับข้อมูล 46% ของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 37% ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก

    การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าการเสริมสร้างนิสัยการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดกำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก  โดย 61% ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาชอบที่จะชำระด้วยวิธีที่ไม่ใช้เงินสดมากกว่า ในทำนองเดียวกัน 58% ของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 64% ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก กล่าวว่า พวกเขาก็ชอบวิธีการชำระแบบไร้เงินสดมากกว่า

    อนึ่ง แนวโน้มด้านการชำระเงินของผู้คนทั่วโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดูจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก โดยผู้บริโภคชาวไทย (69%) เอเชียแปซิฟิก (75%) และทั่วโลก (66%)  เลือกที่จะใช้วิธีการชำระแบบไร้เงินสดหลังจากสถานการณ์ในปัจจุบันสิ้นสุดลง

    ในทางตรงข้าม  มีเพียง 1 ใน 4 (24%) ของผู้บริโภคชาวไทย เปิดเผยว่า พวกเขาจะกลับไปชำระด้วยเงินสดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (17%) และทั่วโลก (20%)

    ส่วนการวางแผนทางด้านการเงินก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ  โดย 79% ของคนไทยเชื่อว่ายามนี้พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัวและให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการด้านการเงินของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (74%) และทั่วโลก (70%) ตามลำดับ

    ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวอาจจะช่วยจุดประกายไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งบทสนทนา และผลักดันความร่วมมือภายในอุตสาหกรรมการชำระเงิน และภาคส่วนอื่นๆ ในประเทศไทยในระหว่างที่พวกเราทุกคนกำลังปรับตัวเองและช่วยเหลือผู้บริโภคปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอลอย่างไร้รอยต่อ