Tuesday, November 30, 2021
More

    โควิดกระทบหนัก ปี 63 พบอัตราการว่างงานถึง 1.95% สูงที่สุดในรอบ 11 ปี

    แนวโน้มคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้น เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างหนัก ช่วงไตรมาส 2 ของปี 63 ตัวเลขคนตกงานถึง 7.5 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.95% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 11 ปี และมีแรงงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราวถึง 2.5 ล้านคน

    การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

    Economic Intelligence Center (EIC) เปิดเผยว่า จำนวนผู้มีงานทำและจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ย มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว การใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงาน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เมื่อเกิดวิกฤต COVID-19 ยิ่งทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงรุนแรงในช่วงครึ่งแรกปี 2563 ตลาดแรงงานที่มีความอ่อนแอ ยิ่งได้รับแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตลาดแรงงานจะเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว จากอัตราการว่างงานที่ลดลง แต่สถานการณ์ภาพรวม ยังถือว่าซบเซากว่าในอดีต


    4 สัญญาณความอ่อนแอ ได้แก่
    1. อัตราการว่างงานของแรงงานในระบบประกันสังคมยังคงเพิ่มสูงขึ้น
    2.กลุ่มแรงงานอายุน้อย (15-24 ปี) ยังมีปัญหาการว่างงานในระดับสูง
    3. จำนวนแรงงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราวยังสูงกว่าในอดีตมาก และ
    4. สัดส่วนการทำงานต่ำระดับยังคงเพิ่มขึ้น

    อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.69 เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2562

    รายงานสถานการณ์การจ้างงาน สภาพัฒนาการเสรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ไตรมาส 4 ของปี 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั้งในภาคเกษตรกรรม โดยอัตราการว่างงานไตรมาส 4 ปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 1.86 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสสองและไตรมาส 3 ที่ร้อยละ 1.95 และ 1.90 ผู้ว่างงาน 7.27 แสนคน

    ส่วนภาพรวมทั้งปี 2563 ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.69 เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2562 ที่ร้อยละ 0.98 หรือมีจำนวนผู้ว่างงานประมาณ 6.5 แสนคน

    สำหรับ 3 ปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงานปี 2564 คือ
    – ความไม่แน่นอนของการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
    – สถานการณ์ภัยแล้ง
    – การขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะกลุ่มทักษะด้านเทคโนโลยี และดิจิทัล