Friday, September 25, 2020
More

    ผลสำรวจเผย มนุษย์ออฟฟิศทุก Gen ชอบทำงานแบบอิสระเหมือนเป็นนินจาในยุคดิจิทัล

    ไมโครซอฟท์ประเทศไทย เผยผลสำรวจเทรนด์คนออฟฟิศปัจจุบัน โดยระบุว่า ในปัจจุบันเมื่อสิ่งต่างๆมีการหมุนเวียนไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ยุคสมัยของการทำงานแบบเดิมๆ จึงเริ่มเคลื่อนเข้าสู่โลกเชิงดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิถีชีวิต ความคิด ทัศนคติ และไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้คนจากต่างวัยที่เริ่มมีการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงคงเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก เครื่องมือการสื่อสารระหว่างคนในองค์กร และนอกองค์กร

    ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเป็นกำลังพื้นฐานในการทำงานของผู้คนในยุคปัจจุบัน เทรนด์การทำงานร่วมกัน (Collaboration) จึงเปลี่ยนแปลงไปภายใต้คอนเซ็ปต์ Independent but Collaborative ซึ่งหมายความว่าผู้คนหันมาใส่ใจพื้นที่ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น แต่การหันมามีไพร์เวทสเปซของตนเองในครั้งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานให้ลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้คนนั้นหันมาสนใจเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


    โดยทีม ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้จัดทำการสำรวจขึ้นผ่านเกมทดสอบความเป็นตัวเองในที่ทำงาน (Personality Test) ที่แบ่งไลฟสไตล์การทำงานออกเป็นทั้งหมด 7 ประเภท โดยมีผู้เข้าร่วมเล่นจำนวนมากกว่า 1,000 คน จากทั่วประเทศไทย พบว่า
    อันดับ 1 เป็นนินจาซุ่มเงียบ (The Ninja) 28%
    อันดับ 2 เป็นไอเดียตัวแม่ ไอเดียตัวพ่อ (The Ideamaker) 20 %
    อันดับ 3 เป็นครูเจ้าระเบียบ ฝ่ายปกครองมาเอง (The Ruler) 21%
    อันดับ 4 เป็นหน่วยข่าวกรอง (The Socialite) 12%
    อันดับ 5 เป็นเดอะบอส (The Executive) 10%
    อันดับ 6 เป็นนักบุญ แม่พระ (The Guardian) 7%
    อันดับ 7 เป็นรุ่นเดอะ AKA เดอะไดโนเสาร์ (The Dinosaur) 2%

    ซึ่งในแบบสอบถามยังได้แบ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามออกเป็นทั้งหมด 4 เจอเนอเรชัน ได้แก่ กลุ่มเบบี้บูมเมอร์, กลุ่มเจนเนอเรชัน X, Y และ เจเนอเรชัน Z โดยหลังจากได้นำผลสรุปที่ได้มาวิเคราะห์ จะเห็นถึงข้อบ่งชี้ที่ว่าเทรนด์การทำงานบนโลกแห่งยุคอนาคตใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนำไปสู่เทรนด์ในการทำงานปี 2020 ได้ตามข้อสรุปดังต่อไปนี้

    -นินจาไทย เก่งกาจกว่าใครในยุค 2020
    จากผลสำรวจพบว่า ทุกเจเนอเรชันได้ผลสรุปอันดับ 1 ออกมาเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ ‘นินจา’ คิดเป็นจำนวนกว่า 28% จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งสอดคล้อง ไปกับเทรนด์การทำงานบนโลกยุคดิจิทัล ได้แก่ การที่ผู้คนชอบทำงานบนพื้นที่ความเป็นอิสระและความเป็นส่วนตัวของตนเองมากยิ่งขึ้น หรือสามารถเรียกในอีกมุมหนึ่งได้ว่าผู้คนเริ่มหันมานิยมไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ Mobile Working นั่นหมายถึง การที่คุณสามารถทำงานจากที่ไหนบนโลกก็ได้ เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น โดยคุณเองยังสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย

    -เจ้าแม่ระเบียบจัด ที่จัดสรรชีวิตแบบไฮเทค
    ลำดับต่อมา จากผลสำรวจในแต่ละเจนเนอเรชัน พบว่า 31% ในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และ 22 % ในกลุ่มเจนเนอเรชัน X ได้ข้อสรุปลำดับที่ 2 ว่ามีไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ ‘ครูเจ้าระเบียบ’ ซึ่งก็เปรียบได้ว่ากลุ่มคนในช่วงอายุนี้ยังคงรักษาระบบการทำงานแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยมีการยึดกฎเกณฑ์ และการทำงานขององค์กรเป็นหลัก เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย อาทิ การเริ่มใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานหรือชิ้นงานของตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น

    -ไอเดียบรรเจิด โก้ หรูกว่าใคร ต้องยกให้เจน Y และ เจน Z
    ในขณะเดียวกัน จากผลสำรวจในแต่ละเจนเนอเรชัน พบว่า 21% ของทั้งกลุ่มเจเนอเรชัน Y และ Z ได้ผลลัพธ์รวมอันดับ 2 ออกมาเท่ากัน เป็นไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ ‘ไอเดียตัวแม่ และไอเดียตัวพ่อ’ สอดคล้องไปกับวิถีการทำงานของกลุ่มวัยรุ่นในยุคปัจจุบันที่มีอิสระทางความคิด มีไอเดียใหม่ๆ และไฟในการทำงานอยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานเช่นนี้ มักที่จะชอบต่อยอดไอเดียของตัวเองให้ไปจนถึงจุดสูงสุดเพื่อหาค้นหาคำตอบในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

    จากผลสำรวจดังกล่าวจึงสามารถกล่าวได้ว่า ไม่ว่าทุกคนจะอยู่ในเจเนอเรชันไหน แต่ด้วยโลกใบใหม่ที่ขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้คนจึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น การทำงานใน Workplace จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงไปผ่านการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงวิถีการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้กับชิ้นงานของตนเอง ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นนินจา ครูเจ้าระเบียบ ไอเดียตัวแม่ไอเดียตัวพ่อ หรือไดโนเสาร์ก็ตาม คุณเองก็ไม่สามารถปฏิเสธไปได้เลยว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างโอกาสให้แก่อนาคตการทำงานของคุณให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีกหลายเท่า