Sunday, September 19, 2021
More

    ตระเวนเก็บความทรงจำย่านหัวลำโพง ก่อนการปลดระวางจะมาถึง

    หลังการใกล้เปิดทดลองให้บริการฟรี ของรถไฟฟ้าสายสีแดง ณ สถานีกลางบางซื่อ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทำให้ความคืบหน้าล่าสุดของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) พบว่าเตรียมลดขวบรถไฟที่จะเข้าไปยังสถานี เหลือเพียง 22 ขบวน จาก 118 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ เพื่อให้ผู้โดยสารได้เริ่มปรับพฤติกรรมในการเดินทางกัน

    โดยแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คงจะทำให้ย่านหัวลำโพง เงียบเหงาลงไปอีกไม่น้อย BLT เลยชวนทุกคน ตีตั๋วเดินทาง ไปเก็บความทรงจำที่ย่านหัวลำโพงกันอีกสักครั้ง ผ่านแหล่งกินดื่มเที่ยวต่าง ๆ รอบย่านนี้กัน


    และเราสามารถเดินทางมาเที่ยวย่านหัวลำโพง ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานีหัวลำโพง ได้เลย

    สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)

    ศูนย์กลางระบบขนส่งทางรางของประเทศ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กประจำย่านหัวลำโพงแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 มิถุนายน 2459 โดยทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย แก่ผู้โดยสาร มายาวนานถึง 105 ปี

    โดยตัวพื้นที่ของสถานี จะมีขนาด 120 ไร่ รองรับรถไฟทางไกล 14 ชานชาลา และสามารถรับผู้โดยสารได้ประมาณ 60,000 คน-เที่ยว/วัน ทั้งมีการเชื่อมต่อกับระบขนส่งอื่น ๆ ที่หลากหลาย

    ด้านสถาปัตยกรรม มีการออกแบบโครงสร้างเป็นรูปโดมสไตล์อิตาลี ผสานกับศิลปะยุคเรอเนสซอง มีการใช้หินอ่อนที่บันได และเสาอาคารบริเวณทางขึ้นที่ทำการกองโดยสาร ส่วนซิกเนเจอร์ อันเป็นภาพติดตาผู้มาเยือนของสถานี เป็น กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ กับนาฬิกาบอกเวลา ทรงคุณค่า ซึ่งติดตั้งไว้ที่กึ่งกลางยอดโดมของสถานี

    – ถ.รองเมือง เขตปทุมวัน (MRT หัวลำโพง)

    – เปิดทุกวัน

    – เวลา 04:00-23:30 น. (หรือจนกว่าขบวนรถเที่ยวสุดท้ายของวันจะออก)

    พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย

    พิพิธภัณฑ์ที่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ และค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับกิจการขนส่งระบบทางราง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 โดยเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของมูลนิธิรถไฟไทย

    ภายในมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในกิจการเดินรถไฟ และกิจการโรงแรมรถไฟ มากมาย ทั้งมีมุมที่ดีไซน์เป็นลายกราฟิตี้รถไฟสวย ๆ ให้เราได้มาแชะรูปเก็บความทรงจำกันอย่างสนุกสนาน

    แต่ที่เด็ดที่สุดสำหรับเรา เห็นจะเป็นคุณลุงสำเนียง มีเอนก อาสาสมัครประจำพิพิธภัณฑ์ ที่การันตีความเก๋าในเรื่องรถไฟ ด้วยดีกรีพนักงานฝ่ายการเดินรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ มายาวนานตั้งแต่ปี 2515 ก่อนปลดเกษียณในปี 2557 

    ทำให้คุณลุง เป็นเหมือนบทบันทึกความเป็นไปของสถานีแห่งนี้ ที่พร้อมให้เราได้มาแลกเปลี่ยนพูดคุย ชนิดจะได้เกร็ดความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับรถไฟไทย กลับออกไปเต็มขบวนแน่นอน

    – ตั้งอยู่บริเวณอาคารมุขหน้า ของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ด้านทิศตะวันตก

    – เปิดวันอังคาร-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

    – เวลา 08:00-16:30 น.

    – โทร. 082-219-2194 

    Baan Wualamphong

     โรงแรมที่ขยับขยายพื้นที่มาจาก 511 Cafe คาเฟ่สุดชิคประจำย่านหัวลำโพง โดยเปิดมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งคุณโอ๋-พิทักษ์ชัย สิริอัครกุลธร เจ้าของโรงแรมนี้ บอกกับเราว่าตัวอาคารของบ้านวัวลำพอง (Baan Wualamphong) รีโนเวทมาจากตึกเก่า ที่อยู่มาตั้งแต่สมัยก่อตั้งสถานีรถไฟกรุงเทพ และใช้การตกแต่งที่ยังคงเอกลักษณ์ และความขลังของทรงสถาปัตยกรรมเดิมไว้ได้อย่างดี

    ส่วนพื้นที่ภายในบ้านวัวลำพอง จะแบ่งออกเป็น 4 ชั้น เข้ามาจะพบกับส่วนเช็กอิน และโซนคาเฟ่ ให้ผู้มาเยือนได้นั่งจิบเครื่องดื่มสบาย ๆ ก่อนขึ้นห้องพัก ส่วนด้านบน จะแบ่งเป็นห้องพัก 6 ห้อง โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟกรุงเทพ โดยเฉพาะเหล่าแบ็กแพ็คเกอร์ 

    – ถ.รองเมือง เขตปทุมวัน (ข้างสถานีรถไฟกรุงเทพ)

    – เปิดทุกวัน เวลา 09:00-20:00 น.

    – ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 750 บาท/คืน (เฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19)

    – โทร. 081-205-2301 และ 085-807-7738

    – FB : https://web.facebook.com/baanwualamphong/?_rdc=1&_rdr 

    ชองกี่หมูสะเต๊ะ

    หมูสะเต๊ะสุดคลาสสิกในตรอกโลงหมู ที่เสิร์ฟความอร่อยของเนื้อหมูนุ่ม ๆ มาแตะ 80 ปีเข้าไปแล้ว โดยทางร้านใช้เนื้อหมูอย่างดี หมักด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะ ให้รสชาติที่ซึมเข้าไปทั่วเนื้อหมูสะเต๊ะอย่างดี 

    มีโซนย่างหมูสะเต๊ะ ซึ่งแยกพื้นที่ออกไปอย่างเป็นระเบียบ ทำให้สามารถมานั่งทานได้อย่างสบายใจ ทั้งเครื่องเคียงอย่างน้ำจิ้มพริกแกงสูตรเด็ด ทำให้เพิ่มอรรถรสการทานหมูสะเต๊ะ ได้แบบเพลิน ๆ ยิ่งแกล้มด้วยขนมปังปิ้งกับอาจาด เรียกว่าได้รสชาติกลมกล่อมสุด ๆ

    – ซอยสุกร 1 (ซอยตรอกโรงหมู)

    – วันจันทร์ เวลา 09:30-14:00 น. และวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09:30-17:30 น.

    The Unforgotten B&B

    โรงแรมฟิวชั่นคาเฟ่ ที่ดึงดูดผู้มาเยือนด้วยการตกแต่งร้านสไตล์ยุโรปแท้ ทั้งละลานตาความสดใส ด้วยดอกไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งอยู่ในร้าน ซึ่งให้บรรยากาศผ่อนคลาย ชวนนั่งจิบเครื่องดื่มเพลิน ๆ ทั้งยังมีการตกแต่งร้านด้วยชุดเครื่องชา และจานลายหายาก ที่ส่งตรงมาจากนานาประเทศ อาทิ อังกฤษ เดนมาร์ก เยอรมัน 

    ส่วนของห้องพัก ยังคงธีมเดียวกับดีไซน์การออกแบบของโซนคาเฟ่ด้านล่าง แบบขึ้นไปพัก ไม่มีผิดหวัง ด้านอาหาร ก็มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องดื่มสารพัดประเภท ตลอดจนอาหารหนักท้อง ที่พร้อมทำเสิร์ฟร้อน ๆ ตามออเดอร์ ทั้งทางโรงแรมยังเคยมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชา ให้ผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาร่วมสนุกกันอีกต่างหาก

    – ซอยสุกร 2 เขตสัมพันธวงศ์

    – เปิดทุกวัน เวลา 08:00-20:00 น.

    – โทร. 02-082-2100 และ 097-164-2910

    Scoopp Homemade Ice Cream

    ร้านไอศกรีมโฮมเมดสีเหลืองสดใส ที่มีให้เลือกกว่า 50 รสชาติ ตั้งแต่รสเบสิกจนถึงรสหาทานยาก ตัวเนื้อไอศกรีมของร้าน มีความแน่นหนึบ ถึงรสวัตถุดิบที่ใช้แบบหอมสดชื่น

    ส่วนรสแนะนำ ขอยกให้ตระกูลเบอร์รี, นมฮอกไกโด, ยาคูลท์เยลลี่ และชาไทย หรือจะแอดวานซ์ให้สุด อย่างรสกล้วยบวชชี, รสสีธงชาติไทย ฯลฯ ก็สามารถมาลองเปิดประสบการณ์ทานกันได้ ในราคาเริ่มต้นลูกละ 35 บาท

    – ซอยสุกร 1 (ซอยตรอกโรงหมู)

    – เปิดทุกวัน เวลา 11:00-20:30 (วันอาทิตย์ ปิด 17:30 น.)

    ศูนย์เดอะฮับสายเด็ก

     

    บนถนนไมตรีจิต ซอยนานา ณ ตึกเก่าสูง 2 ชั้น โดดเด่นด้วยการเพนท์สีลงบนผนังตึก ด้านหน้ามีรถตู้คันเล็ก สะดุดตาด้วยสีสันของกราฟิตี้ชวนหยุดมอง คือศูนย์เดอะฮับสายเด็ก (The Hub Saidek) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่คอยช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน และเด็กด้อยโอกาส 

    อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิสายเด็ก 1387 และมูลนิธิเอกซอดัส ประเทศออสเตรเลีย ที่เปิดให้เป็นแหล่งพักพิง และทำกิจกรรมสันทนาการในช่วงเวลากลางวัน เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความเคารพตัวเอง และมีทัศนคติที่ดี เรียกว่าใครอยากแวะเวียนมาเป็นอาสาสมัคร ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือบริจาคสิ่งของต่าง ๆ ก็มาจัดได้เลย

    – ซอยนานา เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

    – เปิดทุกวัน เวลา 09:00-18:00 น.

    – โทร. 02-623-3814

    ขอบคุณภาพจาก Nattawut Ongrojanakul (@ohxhxh) และ Child Helpline International

    Nahim cafe x Handcraft

    คาเฟ่ที่ดึงดูดเราด้วยสีสัน และความน่ารักขั้นสูงสุด มีบรรยากาศภายในร้าน ซึ่งให้ความรู้สึกสบายตา พร้อมมุมถ่ายรูปคิวต์ ๆ เยอะมาก น่าจะถูกใจสายติสต์ และนอกจากจะเสิร์ฟอาหารเช้า กับเครื่องดื่มแล้ว ยังมีพื้นที่เวิร์กชอป สำหรับบรรดานักสร้างสรรค์อีกด้วย เช่น เรียนออกแบบลายกระเป๋า ทำบล็อก และสกรีนลงบนกระเป๋าผ้าลินิน

    – ซอยนานา เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

    – เปิดทุกวัน เวลา 10:00-18:00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ ปิด 20:00 น.)

    ขอบคุณภาพจาก FB : NAHIM CAFE 

    วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

     

    พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แห่งนี้ เป็นวัดทรงคุณค่า ซึ่งเดิมทีมีชื่อว่า “วัดสามจีน” โดยมาจากความเข้าใจว่า พระอารามของวัด ถูกสร้างขึ้นมาโดยชาวจีน 3 คน เมื่อปี 2477

     โดยตอนแรก วัดไตรมิตรวิทยาราม มีพื้นที่ราบลุ่ม ลักษณะน้ำขังได้ทั่วไป แต่ปัจจุบัน ได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ของวัดทั้งหมด เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั่วบริเวณ 

    และวัดไตรมิตรวิทยาราม มีความโดดเด่นอยู่ที่ พุทธสถาปัตกรรมเลอค่าอย่าง “พระมหามณฑป” ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์น่าสนใจ และยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” ซึ่งมีผู้มาสักการะไม่ขาดสาย ในแต่ละวัน   

    – เขตสัมพันธวงศ์

    – เปิดทุกวัน / เวลา 05:00-20:00 น. (วันจันทร์-อังคาร ปิด 21:00 น.)

    ขอบคุณภาพจาก FB : วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เยาวราช ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

    ก๋วยเตี๋ยวแชมป์โลก แมนนี่ ปาเกียว

    เดิมร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ชื่อนิวลูกชิ้นแสงจันทร์ เปิดขายมาแล้วกว่า 20 ปี จนเรียกว่าเป็นขวัญใจแท็กซี่ และนักท่องเที่ยวที่มาลงรถไฟตรงหัวลำโพง แต่ด้วยหน้าตาของคนขาย ที่คล้ายกับแมนนี่ ปาเกียว ยอดนักมวยชาวฟิลิปปินส์

     เลยได้ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวแชมป์โลก แมนนี่ ปาเกียว ไปครอง ด้านรสชาติ ก็ไม่แพ้เรื่องหน้าตา เพราะเขาใช้เอ็นแก้วอย่างดี เนื้อน่องลาย ลูกชิ้นเหนียว จับได้เลยว่าผสมแป้งน้อย เส้นนุ่ม น้ำซุปใช้ได้ ข้าวสวยเม็ดหัวแตก อันเป็นพิมพ์นิยมของร้านเกาเหลา ราคาไม่แพง จัดอยู่ในประเภทปริมาณโภชนา อิ่มคุ้มราคาสุด ๆ

    – หน้าธ.กรุงเทพ สาขาหัวลำโพง (MRT หัวลำโพง ทางออก 3)

    – เปิดทุกวัน เวลา 17:00-23:00 น.

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Nokito Kwancahnok