Thursday, October 29, 2020
More

    คุยกับ นพดล สุเนต์ตา นักธุรกิจสายระห่ำ เริ่มธุรกิจโรงแรมด้วยเงินหลักหมื่น!

    นพดล สุเนต์ตานักธุรกิจสู้ชีวิตที่ไม่ยอมศิโรราบให้กับปัญหาใด จากเคยทำธุรกิจล้มมาหลายครั้ง กลับลุกขึ้นสู้ รวบรวมต้นทุนทางสติปัญญา กำเงินไม่กี่หมื่นบาท สร้างโรงแรมสุเนต์ตาจนเป็นที่รู้จักไปทั่วเมืองเชียงคาน จ.เลย โดยที่มาที่ไปที่ทำให้เขาเจอลู่ทางของตัวเอง เกิดขึ้นจากการพลิกหนังสืออ่าน (ในห้องน้ำ) แล้วพบกับคำว่าเชียงคาน เมืองที่เวลาเดินช้ากลายเป็นวลีสะกิดใจให้เขาต้องพาตัวเองไปเที่ยวกับน้องชาย และเกิดตกหลุมรักบรรยากาศที่นั่นตั้งแต่แรกเห็น บวกกับมีความฝันอยากทำธุรกิจที่พักอยู่แล้ว จึงตัดสินใจทำตามสิ่งที่ใจเพรียกหาทันที

    เริ่มต้นด้วยเงินหลักหมื่น


    หลังจากตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจที่พักที่เชียงคาน ตอนนั้นเราก็ตระเวนดูบ้าน พอมาเจอบ้านไม้ริมแม่น้ำโขงหลังหนึ่งที่ปล่อยร้างมานานก็เกิดชอบ แต่ตอนนั้นคือทั้งเนื้อทั้งตัวผมมีเงินแค่ไม่กี่หมื่น จึงใช้วิธีขอเช่าเจ้าของบ้านแบบเป็นรายปี เพื่อเปิดเป็นโรงแรม มีการเจรจาต่อลองพูดคุยประนีประนอมในการจ่ายเงินนิดหน่อย (หัวเราะ) ซึ่งช่วงนั้นในปี พ.. 2552 เชียงคาน ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ข้าวของทุกอย่างก็ถูก ค่าแรงช่างก็ไม่แพง บวกกับผมเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมมาก็พอจะมีวิชาเรื่องนี้อยู่บ้าง เราจึงทำโรงแรมภายใต้งบจำกัดและต้นทุนความคิดที่มีอยู่ครับ

    แนวคิดในการออกแบบ

    ผมออกแบบที่นี่ให้เกาะไปกับสภาพแวดล้อมของเมือง เก็บสภาพบ้านเดิมไว้ เปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุดไม่ได้ฉีกอะไรมาก เพราะไม่มีเงิน (หัวเราะลั่น) แต่จะเน้นความปลอดโปร่ง จากเดิมลักษณะเป็นบ้านทึบผมก็ตัดโถงตรงกลางออกให้มองเห็นแม่น้ำ เพราะจุดขายของที่นี่คือแม่น้ำโขง รวมถึงรื้อหลังคาที่รั่วและผุเป็นสนิมออก เปลี่ยนเป็นหลังคากระเบื้องโทนสีเทาและขาว เพื่อไม่ให้โดดไปจากเดิมมากนัก พวกไม้เก่าบางอย่างก็รื้อ และนำมาดัดแปลงใช้เป็นของตกแต่งที่พัก บรรยากาศจะคล้ายๆ Living Museum คือประดับประดาด้วยทีวีเก่า ถ่านไฟฉายตากบ อารมณ์ถอยร่นไปอีกพุทธศักราชหนึ่ง คือผมมองว่าการเปิดโรงแรมไม่ใช่ทำแต่ที่พักเท่านั้น นอกเหนือจากความสะดวกสบายแล้ว เราต้องมีเรื่องของบรรยากาศ ส่งมอบเป็นประสบกาณ์ดีดีให้แก่ลูกค้าด้วย ซึ่งพอทำเสร็จมีคนชอบเยอะ เริ่มเป็นที่รู้จัก ปี 2555 ผมจึงเริ่มขยายกิจการ เปิดอีกสาขาที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ ในรูปแบบโฮสเทลสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์ และปี 2560 เปิดสาขาที่เชียงใหม่ ลักษณะเป็นลูกผสมกึ่งโรงแรมและกึ่งโฮสเทล มีทั้งห้องนอนเดี่ยว และห้องนอนรวม

    แนวคิดตะกร้าหลายใบ!

    ดังนั้นเท่ากับว่าผมจะมีรายได้จากหลากหลายแหล่ง ทั้งคนไทยและต่างชาติ คือผมทำธุระกิจไม่ได้ไข่ไว้ใส่ตะกร้าใบเดียวไง ผมยังมีตะกร้าอีกหลายใบ ไม่มีเงินทางนี้ผมก็ไปทางโน้น ซึ่งโรงแรมสุเนต์ตาแต่ละที่ก็จะมีกลุ่มลูกค้าต่างกันไป ที่เชียงคาน มักจะได้ลูกค้าในช่วงไฮซีซั่น ช่วงเวลาวันหยุดเทศกาล ดังนั้นถ้าอยากได้ลูกค้าทั้งปี ผมก็ต้องหันมาเปิดสาขาที่ 2 ที่ 3 เพื่อให้เกิดมีรายได้เข้ามาจากหลายๆ ทาง

    การจัดการชีวิตและธุรกิจในช่วงล็อคดาวน์

    ส่วนช่วงถูกสั่งปิดโรงแรมชั่วคราวเพราะวิกฤตโควิด-19 ดีนะที่ผมรู้ตัวทัน คิดหาทางออกได้เร็วภายในเวลา 20 นาที (หัวเราะ) ตัดสินใจย้ายมาอยู่เชียงใหม่ เพราะเรามีญาติทำฟาร์มสุกรที่นั่น จึงหาวิธีในการต่อยอดกิจการโดยนำวัตถุดิบที่มีมาทำแคบหมู, หมูกระจก, ไส้อั่ว และน้ำพริกหมูก๊องขายผ่านออนไลน์ เพื่อรักษาธุรกิจและพนักงานไว้ เพราะผมไม่ได้เลย์ออฟหรือลดเงินใครเลยเนี่ย กลุ๊มกลุ้ม (หัวเราะ) และต้องพยายามหาเงินมาจ่ายพนักงานทุกเดือน เดิมทีกะทำผลิตภัณฑ์พวกนี้เป็นของฝากวางขายในโรงแรมอยู่แล้ว โดยมีแผนลงมือปลายปีนี้ พอโควิด-19 ระบาด จึงเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น เพื่อให้เกิดรายได้มาจุนเจือรายจ่ายที่มีอยู่

    คือไม่ได้ทำให้เรามีกำไรเป็นกอบเป็นกำ เพราะผมคิดว่าการทำธุรกิจต้องใช้เวลาสะสมยอด สะสมลูกค้า  แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เงินเราไหลออกช้าหน่อย มีเวลาในการปรับกลยุทธทางธุรกิจมากขึ้น คือทุกคนเดือดร้อนหมดล่ะครับ แต่การเลย์ออฟพนักงาน ไม่ใช่ทางที่ผมเลือก ผมชอบเลือกทางที่มันย๊ากยาก ไม่รู้ทำไม (หัวเราะ)”

    มาตรการป้องกัน Covid-19 และแผนการต่อไป

    หลังจากมีประกาศปลดล็อค ผมก็เริ่มเดินหน้าเปิดโรงแรมสุเนต์ตาที่เชียงคาน ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่าง โดยมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ เดิมจาก 6 ห้อง  คำนวณพื้นที่/ตร.. แล้วเหลือแค่ 4 ห้อง รับลูกค้าได้ประมาณ 10 คน  ส่วนผู้ที่จะเข้าพักต้องผ่านการคัดกรองจากโรงพยาบาลมาก่อน เพราะผู้ประกอบการต้องนำใบรับรองแพทย์ส่งให้สาธารณสุขอำเภอ จากนั้นจะมีอาสาสมัครมาตรวจวัดไข้ พร้อมลงบันทึกประวัติการเดินทางถึงจะได้เข้าพัก เมื่ออยู่นอกห้องพักก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย ที่นี่จะมีเจลล้างมือตั้งไว้ตามจุดต่างๆ รวมถึงมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อวันละ 3-4 ครั้งครับ สำหรับสาขาที่เชียงใหม่ ผมกำลังปรับปรุงให้เป็นรูปแบบโรงแรมต่อไปจะไม่มีห้องนอนรวมแบบ 8 และ 16 คนอีกแล้ว ส่วนที่สาขาถนนข้าวสาร ต้องปิดตัวครับ เพราะที่นี่เป็นโฮสเทล มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ปรับเปลี่ยนต้องใช้เงินเยอะ ต่อไปถ้าถนนคนเดิน (ที่เชียงคาน) กลับมาเปิด ผมก็จะเอาผลิตภัณฑ์พวกแคบหมู ไส้อั่ว ไปวางขาย และหากสภาพการท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้น ก็จะนำไปวางที่โรงแรมด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางในการขายให้มากขึ้น

    ความปกติใหม่ (New Normal) ของธุรกิจโรงแรมท้องถิ่น

    จากนี้ไปผมคิดว่าที่พักที่เป็นโฮสเทล ไม่น่าอยู่รอด เนื่องจากโฮสเทลเป็นสถานที่ที่มัก นำอาคารขนาดเล็กไร้ประโยชน์มาดัดแปลงเป็นธุรกิจที่พัก ซึ่งต้องออกแบบพื้นที่ใช้สอย/ตร..ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นห้องนอนรวมคือสถานที่อันตราย คนจะไม่เลือก จนกว่าจะมียารักษาโรคนี้ เมื่อไม่รู้ว่าจะมียารักษาโรคนี้เมื่อไหร่ ผมก็แทงไปเลยละกันว่ามันหมดอนาคตแล้ว ถ้าใครพึ่งพารายได้จากธุรกิจโฮสเทลทางเดียวก็จบ ผมถึงบอกเราต้องมีตะกร้าหลายใบ  บริษัททัวร์ หรืออาชีพไกด์ที่ต้องพึ่งพานักธุรกิจต่างชาติเช่นกัน พวกนี้จะแย่มาก แย่ไปอีกหนึ่งปี ผมเชื่อว่าในอีก 2-3 เดือน ต้องมีธุรกิจเกินครึ่งปิดตัวถาวร ปิดแบบไม่สามารถกลับมาเลย ที่เหลือก็ประคับประคอง หรือไม่ก็เปลี่ยนมือเจ้าของ ส่วนพฤติกรรมคลุกคลีคุ้นเคย บรรยากาศสนุกสนานผู้ค้นมานั่งแฮงค์เอ๊าท์กันในโรงแรมจะหายไป เพราะรูปแบบของสเปซการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย ความห่างจะเป็นเรื่องสำคัญ ไม่แน่พื้นที่ส่วนกลางในโรงแรมก็อาจถูกยกเลิก เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค  เราจะอยู่กันแบบหลวมๆ หากโรงแรมใดสเปซเล็กก็จบ อยู่ไม่ได้ เพราะต้องปรับสเปซให้มันเหมาะสมกับการใช้งานในยุคหลังโควิด-19 นั่นเอง

    และนี่คือบทสัมภาษณ์ นพดล สุเนต์ตา นักธุรกิจที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร เขาบอกกับทาง BLT ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนโลกสวย ทุกวิกฤตเขาต้องตั้งรับและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ แต่เรามองว่าเขาคือผู้ชายอารมณ์ดีที่มองโลกกว้าง มีจิตวิญญาณของผู้นำ นักสู้ นักคิด ที่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างสุดซึ้ง


    CONTACT:

    SUNETA HOSTEL

    www.suneta.net

    FB: Suneta Hostel Chiang Khan – สุเนต์ตา โฮสเทล เชียงคาน

    Mobile: 086-999-9218