Sunday, August 9, 2020
More

    ขวัญศิริ ชมปรีดา สาวชาวกรุงผู้สร้างสวรรค์สำหรับคนรักโยคะ ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงัน

    หากคุณยืนอยู่บนชั้นสองของ Jaran’s Yoga Wellness and Eatery อาคารสำหรับฝึกโยคะที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงัน คุณจะเห็นวิวทะเลอ่าวไทยอยู่ทางทิศตะวันตก และเห็นวิวภูเขาอยู่ทางทิศเหนือ โดยธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัวทำให้เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น

    Jaran’s Yoga เกิดขึ้นจากแนวคิดของ คุณเขน-ขวัญศิริ ชมปรีดา สาวชาวกรุงผู้เลือกทิ้งชีวิตวุ่นวายในเมืองหลวงมุ่งสู่ปลายทางบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ที่ไม่ได้มีเพียงฟูลมูนปาร์ตี้และหาดทรายงดงาม แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ชั้นนำของโลกในการทำโยคะและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ นำพาคนทั่วโลกหลงใหลเข้าไปสัมผัส


    คุณเขน ใช้เวลากว่าหนึ่งปีเต็มในการปลุกปั้นพื้นที่รกร้างอายุยาวนานกว่า 60 ปี บนเกาะพะงัน ที่สืบทอดมาจากมรดกของคุณตา “คุณจรัล ทองนวล” เพื่อสร้าง Jaran’s Yoga ให้เป็นสะพานเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันผ่านศาสตร์การเรียนรู้โยคะ นอกจากเธอจะได้ทำตามฝันของตัวเองแล้ว ยังถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ สู่ผู้คนทั่วโลกที่เข้ามาเยี่ยมเยือนเกาะสวรรค์แห่งนี้

     

    จากความฝันสู่ชีวิตจริง

    “Jaran’s Yoga เกิดขึ้นจากที่เราชอบเล่นโยคะมาก และเคยฝันไว้ว่าสักวันจะทำสตูดิโอโยคะ หรือโยคะเซ็นเตอร์ขึ้นมา เพื่อถ่ายทอดศาสตร์การเรียนรู้นี้ให้คนรู้จักและเข้าใจมากขึ้น” คำบอกเล่าของ คุณเขน-ขวัญศิริ ผู้บุกเบิกพื้นที่รกร้างบนเกาะพะงันสู่สตูดิโอโยคะที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงัน

    คุณเขน เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่ญาติฝั่งคุณแม่อยู่ที่สุราษฎร์ธานี เปิดกิจการรีสอร์ทบนเกาะเต่า โดยเมื่อประมาณปี 2012 มีโอกาสไปเรียนต่อที่เมืองโคลัมเบีย รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นั่นได้หล่อหลอมให้เธอเป็นเธอทุกวันนี้

    “เราไปเรียนปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐมิสซูเรีย เรียนและทำงานไปด้วย พอไปอยู่ที่โน่นได้มีโอกาสไปเล่นโยคะในแบบที่ชอบ อีกทั้งเมื่อมีโอกาสได้อยู่คนเดียวก็ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น เหมือนเป็นการเดินทางข้างใน พอข้างในเราโตขึ้น ก็ไม่สำคัญแล้วว่าพื้นที่ที่เราอยู่นั้นเป็นอย่างไร ขอเพียงข้างในเรานิ่งก็เพียงพอแล้ว ซึ่งตอนไปอเมริกาก็เหมือนกับได้เรียนรู้ชีวิตไปด้วย ได้เดินทางทั้งข้างนอกและข้างในจิตใจ จึงเหมือนเราได้ซึมซับการใช้ชีวิตจากที่นั่น ทำให้แนวทางการใช้ชีวิตของเราชัดเจนมากขึ้น”

    จากสาวชาวกรุงสู่ชาวเกาะเต็มตัว

    คุณเขนใช้เวลากว่า 6 ปีในต่างแดน เมื่อเธอเดินทางกลับบ้านก็พบว่า กรุงเทพฯไม่น่าอยู่เหมือนเดิม เธอจึงตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตอยู่บนเกาะพะงันเต็มตัว หลังจากมีโอกาสเข้ามาช่วยธุรกิจที่บ้าน และพบว่า ที่นี่คือโยคะฮับระดับโลก

    “ย้อนกลับไปเมื่อ 8-9 ปีก่อน เราตื่นตาตื่นใจมากเมื่อรู้ว่าเกาะพะงันคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพื่อใช้เวลาบำบัดร่างกายและจิตใจผ่านโยคะ ซึ่งเราคิดว่าถ้าได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ คงมีที่เล่นโยคะทุกวัน” คุณเขนเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจย้ายจากกรุงเทพฯ สู่เกาะพะงัน

    “โชคดีที่คุณแม่มีที่ดินผืนหนึ่งบนเกาะพะงัน ซึ่งตกทอดมาจากคุณตา “คุณจรัล ทองนวล” เราก็เกิดไอเดียว่าน่าจะทำอะไรสักอย่างบนที่ดินผืนนี้ เพราะสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร รีสอร์ท หรือโยคะ ล้วนมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ เราเลยอยากทำขึ้นมาบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองและคนไทยก็มีศักยภาพทำได้เช่นกัน”

    “ต้องบอกก่อนว่า สมัยนั้นคนบนเกาะจะมองคนเล่นโยคะในทางลบ เช่น ไม่อาบน้ำ ฝืนตัวเองเกินไป ซึ่งไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด เราก็เลยอยากแสดงให้คนได้เห็นว่า การเล่นโยคะมีประโยชน์ด้านสุขภาพทั้งกายและใจ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Jaran’s Yoga ขึ้นมา โดยนำชื่อของคุณตาจรัลมาตั้งเพื่อเป็นการระลึกถึงท่าน”

    จากป่ารกร้างสู่อาคารโยคะใหญ่สุดบนเกาะพะงัน

    “ที่ดินผืนนี้ เมื่อก่อนมีการปลูกข้าว ทำไร่ แต่เมื่อเวลาล่วงเลย การทำสวนต่างๆ ก็น้อยลง คุณตาคุณยายจึงย้ายไปอยู่เกาะเต่า ที่ดินบนเกาะพะงันจึงไม่มีใครดูแลต่อ เลยกลายเป็นป่าทั้งผืน”

    หลังจากเกิดไอเดียว่าอยากทำสตูดิโอโยคะ เขนใช้เวลาก่อสร้างอาคารเกือบหนึ่งปี ด้วยความที่พื้นที่ตรงนี้เป็นภูเขาและเป็นดินทรายทำให้ลำบากในการก่อสร้าง เธอตั้งใจสร้างอาคาร 2 ชั้น เพื่อจะได้เห็นทะเลอยู่ทางทิศตะวันตก และเห็นภูเขาอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นวิวที่จะไม่ได้เห็นในสตูดิโอโยคะอื่นๆ บนเกาะพะงัน ที่ส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทะเลเท่านั้น

    แน่นอนว่าหากใครได้มาเยือนจะพบว่า Jaran’s Yoga ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากอาคารชั้นบนจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจแล้ว ด้านล่างยังเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ เสิร์ฟเมนูเวจเจทเทอเรียนและมังสวิรัติ

    “ด้วยความที่เราทานมังสวิรัติมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ก็เลยอยากตอบสนองความต้องการตัวเองด้วย อยากมอบความเป็นตัวเราให้คนอื่น นอกจากจะเน้นผักแล้ว ก็ยังมีอาหารไทย เพราะส่วนใหญ่คือลูกค้าชาวต่างชาติ เราจึงอยากนำเสนออาหารไทยให้เขาได้รู้จักมากขึ้น”

    Jaran’s Yoga เป็นมากกว่าสตูดิโอโยคะ

    จากไอเดียเล็กๆ ที่จะทำเพียงหนึ่งอาคาร คือด้านล่างเป็นคาเฟ่เล็กๆ ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่เล่นโยคะ แต่พอสร้างเสร็จ กลายเป็นอาคารใหญ่เกินกว่าที่คาดไว้ เรียกว่าเป็นสถานที่เล่นโยคะที่ใหญ่ที่สุด ณ ตอนนั้นเลยก็ว่าได้

    เขนเล่าถึงความตั้งในการสร้างสตูดิโอโยคะบนเกาะพะงันว่า “ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่เล่นโยคะ แต่เราอยากให้เป็นสถานที่เอนกประสงค์ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ให้คนมาช่วยแชร์ความคิดใหม่ๆ สร้างสรรค์ร่วมกัน พอทำมาเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่ามีกิจกรรมต่างๆ เข้ามามากมาย ทั้งบำบัดร่างกายและจิตใจ กลายเป็นกิจการที่ใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มาก เสมือนเราได้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเราดีใจมาก เพราะที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่ใครๆ แวะมาแล้วมักจะเข้ามาคุยกัน แชร์ประสบการณ์ เท่านี้เราก็รู้สึกอิ่ม(ใจ)มากแล้ว”

    กรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่น่าคิดถึง

    “ตอนย้ายมาอยู่ที่เกาะพะงัน มีหลายๆ คนเป็นห่วงว่าจะอยู่ได้มั้ย เพราะชีวิตจะเปลี่ยนไปเยอะเลย ด้วยสถานที่ ด้วยผู้คนที่ไม่เหมือนกับที่เคยอยู่อย่างกรุงเทพฯ แต่คนรอบตัวก็เข้าใจ เพราะนิสัยส่วนตัวเราเป็นคนรักอิสระ อยู่ที่ไหนก็ได้”

    “สำหรับกรุงเทพฯ เราไม่ได้เบื่อ เพียงแต่หลังจากที่ไปอยู่อเมริกามา 5-6 ปี แล้วพอกลับมาบ้าน เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เห็นความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ก็อาจจะไม่ถูกกับจริตเราสักเท่าไหร่ เพราะสมัยอยู่อเมริกา เราไปอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ความวุ่นวายน้อยกว่ากรุงเทพฯมากๆ ก็คิดว่าหากกลับมาอยู่เมืองไทย ถ้าไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ก็คงไม่เป็นอะไร แต่เมื่อไหร่ที่คิดถึงก็ขึ้นมาได้”

    “ไม่เคยไม่ชอบกรุงเทพฯ เพียงแต่จริตเราโตขึ้น จึงคิดว่าน่าจะเหมาะกับไปอยู่ที่อื่นมากกว่า”

     

    โยคะกับการใช้ชีวิต

    “โยคะ หลักๆ คือการหายใจ เมื่อหายใจอย่างถูกต้องนั่นคือการฟื้นฟูระบบภายในร่างกายและจิตใจ อันที่จริงตอนเล่นโยะจะหายใจอย่างไรก็ได้ตามที่สบายตัว หลายคนบอกว่าหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป เพราะบางท่าที่ใช้ไม่สามารถบังคับได้ ก็ให้การเคลื่อนไหวของลมหายใจเป็นไปตามสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ติต่างว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการเล่นโยคะ เหมือนเราใช้เวลาเดินทางไปกับร่างกาย ลมหายใจ ก็ถือว่าเป็นทริปที่ดี”

    “เมื่อก่อนโยคะที่เกาะพะงันจะมีแต่ชาวต่างชาติ แต่มาช่วงปีหลังๆ คนไทยเริ่มเข้ามาบ้างแล้ว อาจจะได้รับการส่งเสริมจาก ททท. และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น และเราเชื่อว่าเกาะพะงันคือสถานที่สำหรับบำบัดหัวใจตัวเอง เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดชาวตะวันตกเข้ามา”

    เชิญชวนให้คนไปสัมผัสความอันซีนที่เกาะพะงัน

    “จริงๆ แล้วเกาะพะงันได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติที่มีแนวทางการดำเนินชีวิตด้วยโยคะมานานแล้ว เรียกว่าเป็นฮับหนึ่งของโลกเลย แต่คนไทยเองอาจจะยังเข้าไม่ถึง เพราะเมื่อพูดถึงเกาะพะงันก็มักจะนึกถึงฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่งผู้ประกอบการและคนเกาะพะงันเองก็พยายามและช่วยกันโปรโมทว่าเกาะพะงันไม่ได้มีแต่ปาร์ตี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีธรรมชาติบริสุทธิ์ที่นักท่องเที่ยวยังไม่ได้สัมผัส มีอุทยาน มีป่า มีน้ำตก มีหาดเงียบสงบ ทะเลสวย ที่เราอยากให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสได้ด้วยตาตัวเอง”


    ติดต่อ

    82 หมู่ 5 เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    เปิดทุกวัน 7.30-20.00 น. โทร. 095 962 8124

    เว็บไซต์ jaransphangan.com