Wednesday, November 25, 2020
More

    คุยกับ กบ-นพัฐห์ ปูคะวนัช ศิลปินสาวสุดเท่ โชว์ผลงานเดี่ยวครั้งแรก “Layer of Love”

    ที่จริงแล้วศิลปะสำหรับ “กบ” นพัฐห์ ปูคะวนัช คือยาประจำตัวที่ไว้คอยรักษาโรคร้ายอย่างอาการซึมเศร้า จากผู้หญิงที่ค้นหาตัวเอง และพบว่างานศิลปะสามารถเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะยามเหงาหรือโดดเดี่ยว

    อยากเป็นศิลปินตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?


    ไม่เลย (หัวเราะ) ตอนเด็กๆเราอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ รู้สึกแบบได้จับกระบอกตั๋วรถเมล์และให้มีเสียง ฉับๆ รู้สึกว่ามันเก๋ดี แค่นั้นเลยกับความฝันตอนเด็กๆ แต่เวลาเปลี่ยนไป เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนชอบศิลปะ ซึ่งชอบแต่ว่าทำไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ รักที่จะเรียนศิลปะแต่ไม่ได้เรียนจริงจังในด้านนั้นเลย ที่ผ่านมาเราเลือกเรียนสถาปัตย์ ตกแต่งภายใน

    มีโอกาสได้จับงานศิลปะตอนไหน?

    เริ่มทำงานศิลปะมาเรื่อยๆ นะ เพราะเวลาว่างๆ ก็อยากจะวาดรูป บางทีไปต่างประเทศ จะมีสมุดเล่มหนึ่ง กับสีเครยอง ไปไหนก็จะวาดภาพอยู่ตลอด มันเหมือนการบันทึกเรื่องราวการเดินทางของเราด้วย ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้วาดลงเป็นเฟรมจริงจังสักเท่าไหร่ แต่อาจจะมีวาดลงเฟรมเล็กๆบาง เอาไว้แต่งในห้องน้ำ ติดในบ้าน เพราะส่วนตัวแล้วเราจะไม่เคยซื้อรูปมาติดเลย เราเลือกวาดเองเสียมากกว่า

    เห็นว่าไปเรียนต่างประเทศ มุ่งเน้นไปเรียนศิลปะเลยหรือเปล่า?

    เราไปเรียนที่อังกฤษ ไปเรียนเรื่องการละคร เพราะว่าที่นั้นละคร Besten ประเทศนี้ค่อนข้างเก่ง ไปเรียนเกี่ยวกับเรื่อง foundation การละคร ทำเวที แสงสีเสียง อะไรพวกนี้

    จากสถาปัตย์ สู่การละคร

    (หัวเราะ) รู้สึกชอบ จริงๆเราไปอยู่อังกฤษ เราชอบประเทศอังกฤษ เพราะว่าที่ยุโรปมันมีความเป็นอาร์ตเยอะ Museum ก็เยอะ รวมถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ เช่นอาคาร บ้านเรือน มันมีความเป็นอาร์ตเยอะมากจึงตัดสินใจที่จะไปยุโรป ซึ่งประเทศที่เราน่าจะใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีก็คงจะเป็นประเทศนี้ล่ะ เลยเลือกไปเรียนต่อที่นั่น

    ให้ความสำคัญกับอะไรบ้างในงานศิลปะของคุณ

    ที่จริงแล้วงานศิลปะของเราทุกอันเลย เป็นศิลปะบำบัด ต้องบอกก่อนว่าศิลปะที่เราทำเนี่ย มีช่วงชีวิตหนึ่งเรารู้สึกว่าชีวิตเราพัง ทั้งในแง่ของธุรกิจ ความรัก ก็เลยเริ่มที่จะมาจับงานศิลปะแบบด้วยการบำบัดหาแนวทาง หาวิธีการที่จะทำให้ตัวเองหลุดจากอาการซึมเศร้า ซึ่งก่อนหน้านี้เราเป็นโรคซึมเศร้ามากว่า 2 ปี มีช่วงเวลาหนึ่งที่รู้สึกเครียด เลยคิดว่าเราควรจะลองทำศิลปะสักอันหนึ่ง จะได้ไม่จมปลักกับความเครียด ก็ลองหาวิธีให้ตัวเองและเทคนิคการวาดภาพที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น ย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็ก เราชอบใช้ขวดซอส มาวาดบีบเขียนลงบนจานข้าวผัดอเมริกัน ทำเป็นรูปพระจันทร์ พระอาทิตย์ ไปตามประสาเด็ก จึงเกิดเป็นไอเดียว่าขวดซอสมาแทนพู่กันดู ซึ่งงานประเภทนี้เราขอเรียกมันว่า เป็นศิลปะร่วมสมัยและกัน หรือจะเรียกว่า expressionism ได้ไหม (หัวเราะ) มันคือการแสดงอารมณ์ออกทางศิลปะ ซึ่งจะเกือบ 80% งานของเราทำจากเทคนิคนี้ สิ่งสำคัญของงานศิลปะที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคงจะเป็นความสุขที่เราได้จากมัน ทำให้เราโฟกัสไปกับมัน ทุกครั้งที่เราทำงานเสร็จมันรู้สึกมีความสุขมาก

    เคยเลิกเสพศิลปะไป อะไรที่ทำให้ลุกขึ้นมาทำศิลปะอีกครั้ง

    จากที่เราคิดว่าชีวิตเราพังไป ดาวน์ ก็เลิกเสพงานศิลปะทุกอย่าง เรารู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร และจมอยู่กับอารมณ์ซึมเศร้า แต่มีเพื่อนพยายามให้กำลังใจเพื่อนบอก “เฮ่ย พี่ลุกขึ้นมาสู้สิ หยิบอะไรขึ้นมาทำงานศิลปะก็ได้” คือเพื่อนพยายามที่จะหาอะไรให้ทำอยู่เสมอ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ให้เรามาจับงานศิลปะอีกครั้ง และเริ่มจริงจังกับมัน บวกกับความเครียดในตอนนั้นด้วย ซึ่งเรามองว่าศิลปะสามารถช่วยให้เราหายเครียดได้ดีเลยทีเดียว ทุกครั้งที่เราทำงานศิลปะเสร็จเราจะรู้สึกมีความสุขมาก ดีจังเลย มันเป็นความสุขจริงๆ สำหรับเรา มันจะเปลี่ยนโฟกัสจากความเครียดมาเป็นการเขียนรูป พอเรามาทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่มันจรรโลง มันจะหายเครียด และมองว่าศิลปะคือยาชนิดหนึ่งที่สามารถพาให้เราก้าวออกจากอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี

    ศิลปะมีความสำคัญอย่างไรกับชีวิต

    เรามองว่าศิลปะมันคือความสวยงาม ถ้าเรามองทุกอย่างมันคือศิลปะนะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต ชีวิตคู่ การพูด ทุกอย่างเป็นศิลปะหมดเลย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองมันอย่างไร อะไรที่มันไม่สวย หากมองว่ามันสวยงามนั่นแสดงว่าเรามองมันแบบศิลปะ นี่คือความหมายของเรา ศิลปะมันเปลี่ยนมุมมองของเราจากที่มันแย่ๆ กลับทำให้รู้สึกดี ศิลปะเหมือนเป็นยาเสพติดเลยนะ (หัวเราะ) เรากลายเป็นคนเสพติดไปแล้ว หากวันไหนไม่ได้วาดรูปจะรู้สึกว่ามันหงุดหงิดจัง ต้องวาดอะไรสักอย่าง อย่างน้อยขอแค่ได้วาดหนึ่งเส้นหรือนั่งผสมสีก็ยังดี (หัวเราะ)

    Lifestyle of Arts: NapatMUSE” กับการโชว์ศิลปะเดี่ยวครั้งแรก

    Lifestyle of Arts: NapatMUSE” งานแสดงศิลปะครั้งแรกในชีวิตของ “กบ” นพัฐห์ กับซีรีย์แรก Layer of Love ด้วยการถ่ายทอดศิลปะ Love ออกมาเป็นซีรีย์ โดยการจุดประกายที่ทำให้ “กบ” ตัดสินใจออกมาโชว์งานเดี่ยวครั้งแรกคือ ”อ้อม” สรณ์ฉัตร ไกรนรา เจ้าของเฟสติวัล และซีอีโอ The Living Art ที่มองเห็นถึงความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ ที่พร้อมจะออกมาอวดโฉม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอารมณ์ของความรักหลากหลายของความรู้สึกผ่านสีสัน และลายเส้นกับ Layer of Love ซีรี่ย์แรกของ NapatMUSE

    สำหรับงานแสดงเดี่ยวภาพเขียนของ “กบ” นพัฐห์ เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ณ โชว์รูม DMHOME ทองหล่อซอย 19 อาคาร 2 ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2563