Saturday, January 16, 2021
More

    อริยา ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร Dohome กับสมดุลการทำงาน และการใช้ชีวิตแบบหญิงแกร่ง

    นอกจากรับบทบาทสำคัญในฐานะ กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด มหาชน จนธุรกิจศูนย์การค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ในเจนเนเรชั่นที่ 2 เติบโตอย่างก้าวกระโดด “คุณอริยา ตั้งมิตรประชา” หญิงแกร่งลุคสมาร์ทผู้นี้ ก็ไม่ลืมที่จะใช้ชีวิตของตัวเองในรูปแบบเต็มที่เหมือนกับการทำงาน เพราะเธอเป็นนักบริหารที่รู้จักจัดระเบียบชีวิตให้เกิดความสมดุล พร้อมลุยงาน และพร้อมรับบทบาทหน้าที่แม่ในคราวเดียวกัน เบื้องหลังชีวิตด้านการทำงานเธอระห่ำสุดพลังเท่าใด และเธอมีวิธีผละตัวเองจากเรื่องงานมาใช้ชีวิตอย่างไร ตามอ่านบทความนี้ รับรองคุณจะได้เรียนรู้ตำราชีวิตในแบบ working woman ของจริง!


    ที่มาของ บริษัท ดูโฮม จำกัด มหาชน

    ปี 2526 เริ่มแรกก่อตั้งบริษัทโดยคุณ อดิศักดิ์ และนางนาตยา ตั้งมิตรประชา ภายใต้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. อุบลวัสดุ อยู่ที่ อ. เมือง จ.อุบลราชธานี
    ปี 2536 ย้ายที่ตั้งร้านค้ามาที่ ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี และจดทะเบียนในนาม บริษัท อุบลวัสดุ จำกัด และใช้ชื่อทางการค้าว่า “อุบลวัสดุ”
    ปี 2546 ขยายสาขาในอุบลราชธานี และนำรูปแบบการค้าแบบธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) มาปรับใช้กับร้านค้าวัสดุก่อสร้างรูปแบบเดิม
    ปี 2550 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาที่ นครราชสีมา (สาขาที่ 2) โดยใช้ชื่อทางการค้าใหม่ว่า “ดูโฮม ในเครือบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด” พร้อมขยายสาขาต่อเนื่องไปยังภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กทม.และเขตปริมณฑล
    ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาที่เปิดดำเนินการ 9 สาขา และศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) 1 แห่งประกาศตัวเป็นผู้ให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก ดี…ที่ดูโฮม”

    ช่วยเล่าประวัติในการทำงานของตัวเองคร่าวๆ


    เพราะเป็นธุรกิจครอบครัว ยุคแรก (ที่ จ.อุบลราชธานี) ที่เข้าช่วยงาน คือลุยเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ ซึ่งเป็นวิธีการที่ต้องไปเรียนรู้ทุกอย่าง ลงรายละเอียดทั้งการสั่งซื้อ คุยกับลูกค้า คุยกับคู่ค้า จัดของ จัดอีเวนต์ ทำการตลาด ออกแบบกระเบื้อง แม้กระทั่งติดกระเบื้องเอง ก็คือทำมาแล้วทั้งหมดค่ะ พอเราคลุกคลีอยู่กับงานใส่ใจรายละเอียดมากๆ ตอนนี้คือจำราคาสินค้าได้ทั้งหมดเลยค่ะ เพราะผ่านงานด้วยตัวเองมาแบบจริงจังเลย ซึ่งทั้งหมดทำมาสักประมาณ 8 ปี ค่ะ ตอนเข้ามาทำงานปีแรก ธุรกิจเราโต 5,000 ล้าน ปีที่ 8 ก้าวกระโดดมาถึง 15,000 ล้านค่ะ ซึ่งทั้งหมดเป็นความพยายามที่เราอยากเรียนรู้ธุรกิจ และสร้างพื้นฐานให้กับตัวเองด้วย โชคดีมากที่คุณพ่อคุณแม่วางพื้นฐานไว้ให้ดีมาก เราเองไม่มีเวลามาค่อย ๆ นั่งศึกษาเหมือนคนอื่น ๆ เพราะธุรกิจเราโตเร็ว ฉะนั้นก็ต้องทุ่มเท และใช้เวลาให้คุ้มค่ากว่าผู้อื่น นี่เป็นสิ่งที่เราตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ

    หลังจากเรียนรู้ธุรกิจด้วยตัวเองแล้ว มีการพัฒนาอะไรในลำดับต่อมา

    เราเริ่มหาคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทีมค่ะ ช่วยทั้งเรื่องการทำงาน และช่วยเปิดโลกทัศน์ของตัวเราเอง พร้อมกับผู้บริหารคนใหม่ๆ ด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเติบโตไปตามยุคตามสมัยด้วยกัน ซึ่งนี่ถือเป็นการทำงานระยะที่สอง ที่เป็นการเรียนรู้ในการปรับจูนร่วมกัน พอระยะที่สาม (ก่อนบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ 2 ปี) เราก็เดินหน้าปรับวิธีการทำงานใหม่อย่างเต็มที่ ในฐานะเจ้าของธุรกิจ เราอาจไม่ได้เก่งเท่ากับผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพ แต่เป็นคนที่รู้และเข้าใจดีในธุรกิจตัวเองมากที่สุด ฉะนั้นก็จะเปรียบเสมือนเป็นคนวาดภาพเพื่อให้ทุกคนเห็นในภาพเดียวกัน และนำไปต่อยอดได้ง่ายขึ้น พร้อมวางเป้าให้บริษัทฯ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเก็บเกี่ยวค่ะ แต่ไม่ได้มองว่าเป็นความสำเร็จ แต่เรามองว่ากำลังโตขึ้นไปเรื่อยๆ ในระดับที่น่าพอใจค่ะ

    การแบ่งเวลาในหนึ่งวันทำงานของคุณ

    ตื่นตั้งแต่ตี 5 ค่ะ และก็เจียดเวลาในการออกกำลังกาย ประมาณ 1 ชม. ต่อจากนั้นก็คอยดูแลลูกก่อนที่เขาจะไปโรงเรียน และจะแบ่งเวลาสัก 3 วัน /สัปดาห์ เพื่อไปส่งลูกไปเรียนเพื่อได้ใช้เวลาอยู่กับเขาบ้าง มาถึงที่ทำงานสัก 08.30- 09 .00 น. ก็มารีวิวกับตัวเองว่าทำอะไรบ้าง เป็นลำดับ ต้องเจอใคร ต้องเตรียมพูดกับใครบ้าง ระหว่างวันส่วนใหญ่ก็จะเป็นการประชุม สักทุ่มหนึ่งก็จะมารีวิวงานตัวเองในวันนั้นๆ แล้วถึงกลับบ้านค่ะ ไปถึงบ้านประมาณสองทุ่มก็จะไปดูลูก ทำกิจกรรมกับลูกก่อนนอน หลังจากนั้นมีรีแลกซ์ดูทีวีบ้างเป็นครั้งคราวค่ะ

    กิจกรรมในวันหยุด ที่ทำเป็นประจำ

    ส่วนใหญ่วันเสาร์ และอาทิตย์จะให้เวลากับลูกเต็มที่ค่ะ ตื่นเช้ามาก็เล่นกับลูก พาอาบน้ำแต่งตัว และไปเรียนเสริมทักษะ และทำกิจกรรมสำหรับเด็ก หรือบางสัปดาห์ก็จะพาเขาไปเที่ยวนอกสถานที่ เช่น สวนสนุก ว่ายน้ำ หรือไม่ก็ไปเที่ยวฟาร์มให้เด็กได้ไปทำกิจกรรม เรียนรู้และสัมผัสกับธรรมชาติ ได้เห็นได้เล่นกับสัตว์ต่างๆ รวมถึงในหนึ่งเดือนก็จะพากลับต่างจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้เข้าได้ไปเจอกับญาติๆ ด้วย

    ส่วนตัวชอบการท่องเที่ยวลักษณะใด

    ชอบท่องเที่ยวที่ทำให้เราสามารถเปิดโลกทัศน์ได้ค่ะ เช่น ญี่ปุ่น หรืออิตาลี หลังจากกิน ดื่ม ชอปปิงแล้ว เราก็จะไปดูร้านค้าต่างๆ เพื่อสังเกตว่าเขามีบริหารจัดการค้าปลีกอย่างไร เพราะจริงๆ ธุรกิจของเรา กว่าครึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีก ซึ่งต้องคอยอัพเดทเทรนด์อยู่เรื่อยๆ ที่ทำแบบนี้เพื่อนำมาปรับใช้ เป็นการรีชาร์จตัวเองด้วย และยังเป็นการสร้างอินสไปเรชันไปในตัว เพราะว่าดูโฮม มีลูกค้าทุกกลุ่ม และทุกแชแนล ทั้งขายปลีกขายส่งมีหมด เพราะฉะนั้นก็ต้องเปิดโลกเยอะๆ ค่ะ รวมถึงเราจะตื่นเช้ามาวิ่ง เพื่อดูวิถีชีวิตของประเทศนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไรด้วย

    งานอดิเรกที่ชอบทำมากที่สุด

    ชอบฟังเพลงก่อนนอนค่ะ โดยเฉพาะเพลงร็อค และ R&B (ว้าว) วงที่รักเลยคือ Linkin Park บ้านเราก็พี่ตูน Bodyslam ค่ะ (ยิ้ม) จริงก็ชอบเยอะนะ นอกจากนี้ก็มีดูคลิปเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกพร้อมกับทำนั่นทำนี่ไปด้วย เพราะเวลาเรามีน้อยค่ะ